นายสุรเชษฐ์ เหล่าพูลสุข ผู้ว่าการการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) เปิดเผยว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีนายกรัฐมนตรีคนที่ 30 แล้ว และอยู่ระหว่างการฟอร์มทีมจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ ซึ่งในส่วนของการทางฯ เตรียมเสนอ 3 โครงการที่มีความพร้อม ให้รมว.คมนาคมคนใหม่รับทราบ ได้แก่ 1.โครงการทางด่วนช่วงจตุโชติ-ถนนลำลูกกา ระยะทาง 16.21 กิโลเมตร (ก.ม.) วงเงินลงทุนรวมประมาณ 2.4 หมื่นล้านบาท

2.โครงการทางพิเศษ (ทางด่วน) ขั้นที่ 3 ช่วง N2 แยกเกษตร-นวมินทร์ ระยะทาง 11.3 ก.ม. วงเงินลงทุนประมาณ 1.7 หมื่นล้านบาท ปัจจุบันการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) ผ่านแล้ว รูปแบบผ่านแล้ว มีงบประมาณพร้อมสำหรับการก่อสร้างแล้ว และในส่วนของขั้นตอนการสอบถามไปยังหน่วยงานต่างๆ ทางกระทรวงฯ ก็ได้มีการดำเนินการเรียบร้อยแล้ว เหลือเพียงรับฟังแนวทางการปฏิบัติจากรมว.คมนาคม

และ 3.โครงการทางพิเศษสายกะทู้-ป่าตอง จ.ภูเก็ต (โครงการระยะที่ 1) ระยะทาง 3.98 ก.ม. วงเงินลงทุน 1.46 หมื่นล้านบาท ที่ผ่านมาได้มีการเปิดให้เอกชนร่วมประมูลแล้ว แต่ยังไม่มีผู้สนใจร่วมประมูล การทางฯ จึงมีแผนที่จะดำเนินการลงทุนก่อสร้างเอง หรือในกรณีที่ไม่มีการกู้เงินลงทุน ก็มีแผนที่จะนำรายได้ของการทางฯ มาลงทุน โดยจะมีหารือกับกระทรวงการคลังเพื่อขอนำรายได้ฯ มาใช้ในการลงทุนต่อไป เพื่อให้โครงการการเดินหน้าต่อ และเป็นการลดปัญหาอุบัติเหตุให้กับคนในพื้นที่อีกด้วย เนื่องจากหากต้องเริ่มขั้นตอนการร่วมทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน (พีพีพี) ใหม่ โครงการต้องล่าช้าออกไปถึง 2 ปี ซึ่งทั้ง 3 โครงการดังกล่าวมีมูลค่าลงทุนรวมประมาณ 5.56 หมื่นล้านบาท

“ซึ่งการเสนอโครงการทั้งหมดนี้ เป็นการเสนอเพื่อขออนุมัติก่อสร้าง โดยจะต้องรับฟังนโยบายของรมว.คมนาคมคนใหม่ก่อน ว่าจะแนวทางให้ไปปฏิบัติอย่างไร แต่ยืนยันว่าโครงการการทางฯ ทั้ง 3 โครงการ ที่เตรียมเสนอมีความพร้อมแล้วทั้งสิ้น” นายสุรเชษฐ์ กล่าว

นายสุรเชษฐ์ กล่าวว่า ส่วนโครงการทางพิเศษสายเมืองใหม่-เกาะแก้ว-กะทู้ (โครงการระยะที่ 2) ต้องใช้เวลาพอสมควร เนื่องจากโครงการนี้เพิ่งเริ่มเมื่อปี 2565 ซึ่งอยู่ระหว่างการขอคณะกรรมการนโยบายการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชนชุดใหญ่ ก่อนเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ก่อนตั้งคณะกรรรมการมาตร 36 และขออนุญาตต่างๆ อาทิ เรื่องอีไอเอ ซึ่งเรื่องนี้จะเดินคู่ขนานกันไปกับโครงการระยะที่ 1

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน