คลัง ตั้งทีม พักหนี้เอสเอ็มอี ขึงเป้า 3 แสนล้าน อุ้มยาวเว้นเงินต้น-ดอกเบี้ย 1 ปี แถมอัดสินเชื่อให้เพิ่ม เร่งวางกรอบชงครม.ภายใน 1 เดือน
วันที่ 19 ก.ย.2566 นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง เปิดเผยว่า คลังได้เรียกธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) และสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) มาหารือมาตรการพักหนี้เกษตรกร และ ผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ เอสเอ็มอี ซึ่งเป็นการดำเนินการตามมติที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่ให้กระทรวงการคลังไปจัดทำรายละเอียดมาตรการให้แล้วเสร็จภายใน 14 วัน
โดยในส่วนของมาตรการพักหนี้เกษตรกร 3 ปี คาดว่าจะเรียกประชุมคณะกรรมการ ธ.ก.ส.ภายในสัปดาห์นี้ เพื่อเห็นชอบละเอียดกรอบดำเนินการมาตรการ และจะนำเสนอเข้าที่ประชุม ครม. ในสัปดาห์หน้าทันที
ขณะที่มาตรการพักหนี้เอสเอ็มอี เบื้องต้นจะใช้ข้อมูลกลุ่มลูกหนี้ ตามรหัส 21 ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เป็นกลุ่มลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์แพร่ระบาดโควิด ซึ่งมีอยู่ประมาณ 3 ล้านบัญชี เป็นวงเงินสินเชื่อประมาณ 3 แสนล้านบาท

ซึ่งในส่วนนี้ก็มีลูกค้าของ ธ.ก.ส.อยู่เล็กน้อย และมีลูกค้าของสถาบันการเงินของรัฐ โดยเฉพาะธนาคารออมสิน เป็นส่วนใหญ่ โดยจะพักหนี้ทั้งต้นและดอกเบี้ย เป็นระยะเวลา 1 ปี แต่ต้องขอเวลาทำรายละเอียดและ เสนอ ครม.อย่างช้าสุดภายใน 1 เดือน
“คลังจะเสนอ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง ให้ตั้งคณะทำงาน โดยจะเชิญ ตัวแทนจาก ธปท. ออมสิน และ ธ.ก.ส.เข้ามา เพื่อกำหนดแนวทางในการพักหนี้ให้กับกลุ่มเอสเอ็มอีให้ได้ข้อสรุปโดยเร็วที่สุด เช่น จะกำหนดวงเงินสินเชื่อต่อรายไม่เกินเท่าใด ระยะเวลาการกู้ และช่วยกลุ่มใดบ้าง ”นายจุลพันธ์ กล่าว
ทั้งนี้ การพักหนี้ให้เอสเอ็มอีรอบนี้ เอสเอ็มอีที่ร่วมมาตรการ จะสามารถขอสินเชื่อใหม่ได้ เพื่อให้มีสภาพคล่องในการกลับไปดำเนินธุรกิจ ขณะเดียวกัน จะมีมาตรการจูงใจให้ชำระเงินต้นบางส่วน ซึ่งเมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาพักหนี้ไปแล้ว เอสเอ็มอีในกลุ่มนี้ จะมีฐานะการเงินที่แข็งแกร่งขึ้น มีศักยภาพในการชำระหนี้
ขณะเดียวกัน รัฐบาลก็จะมีมาตรการต่อเนื่อง ในการเพิ่มรายได้ รวมทั้งจะนำเอสเอ็มอีกลุ่มดังกล่าว เข้ามาร่วมกับโครงการดิจิทัลวอลเล็ต ที่จะดำเนินการในไตรมาส 1/2567 เพื่อสร้างรายได้ต่อเนื่องในปีหน้าด้วย