รมช.คมนาคม สั่ง ขสมก. เร่งจัดหารถเมล์อีวี 2,013 คัน นำร่องเฟสแรก 224 คัน เช่า 2-3 ปี วงเงิน 900 ล้านบาท คาดได้รับรถไตรมาส 1 ปี 2567
วันที่ 29 ก.ย. 2566 ที่สำนักงานใหญ่ องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) นางมนพร เจริญศรี รมช.คมนาคม เป็นประธานในพิธีวันคล้ายวันก่อตั้ง ขสมก. ครบรอบ 47 ปี ซึ่งตรงกับวันที่ 1 ต.ค. 2566
นางมนพร เปิดเผยว่า ขสมก.ได้เริ่มดำเนินโครงการราชรถยิ้ม โดยให้ ขสมก. หารือกับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เกี่ยวกับระบบการรักษาพยาบาลของพนักงาน ขสมก. เพื่อให้พนักงานไปใช้บริการรักษาพยาบาลในหน่วยบริการของระบบ สปสช. สามารถเข้าการรักษาได้ทันที โดยไม่ต้องใช้เงินตนเองจ่ายก่อน แล้วมาเบิกค่าใช้จ่ายกับ ขสมก.ทีหลังเหมือนในปัจจุบัน เพราะพนักงานมีเงินเดือนน้อย และต้องมาสำรองจ่ายค่ารักษาพยาบาล คาดเริ่มใช้ได้เดือน ม.ค. 2567 เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ให้กับพนักงาน และเป็นขวัญและกำลังใจในการทำงาน หากทำได้ ขสมก. จะเป็นหน่วยงานรัฐสาหกิจแรกที่นำร่องเรื่องนี้
นางมนพร กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ ได้เร่งรัดให้แต่งตั้งคณะกรรมการบริหารกิจการ (บอร์ด) ขสมก. ชุดใหม่ หลังจากบอร์ด ขสมก. ชุดเดิมหมดวาระไปเมื่อวันที่ 16 ธ.ค. 2565 จนถึงปัจจุบัน เป็นระยะเวลากว่า 1 ปีแล้ว ขณะนี้เข้าสู่กระบวนการสรรหาแล้ว คาดใช้เวลาประมาณ 2 เดือน หลังจากนั้นจะมีการขับเคลื่อนแผนฟื้นฟูจัดหารถโดยสารพลังงานไฟฟ้า (รถเมล์ไฟฟ้า) จำนวน 2,013 คันต่อไป
นางมนพร กล่าวต่อว่า อีกทั้งได้มอบให้ ขสมก. พัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์จำนวน 2 แห่ง ได้แก่ อู่รถเมล์บางเขน และอู่มีนบุรี โดยให้เอกชนมาบริหารจัดการ เพื่อหารายได้เพิ่ม ตลอดจนใช้อู่รถเมล์ดังกล่าวเชื่อมต่อการเดินทางไปใช้รถไฟฟ้าสะดวก รวดเร็ว คาดว่าแผนฟื้นฟูจะดำเนินการแล้วเสร็จในยุคนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง เพื่อให้ ขสมก.ลดภาระหนี้ หารายได้เพิ่ม ประชาชนได้รับบริการสะอาด เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ลดฝุ่น PM2.5 ปลอดภัย และค่าโดยสารที่เป็นธรรม
ด้าน นายกิตติกานต์ จอมดวง จารุวรพลกุล ผู้อำนวยการ ขสมก. กล่าวว่า ความคืบหน้าแผนขับเคลื่อน ขสมก. หรือ แผนฟื้นฟู ขสมก. ปี 2566-2570 ปัจจุบัน ขสมก. ได้ดำเนินการทำแผนแล้วเสร็จ อยู่ระหว่างรอเสนอบอร์ด ขสมก. พิจารณาเห็นชอบ หลังจากนั้นจะเสนอกระทรวงคมนาคมพิจารณาภายในปี 2566 และเสนอต่อคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.) และคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติเห็นชอบต่อไป
นายกิตติกานต์ กล่าวต่อว่า ขณะเดียวกัน ขสมก. ตั้งเป้าจัดหารถเมล์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมทั้งหมดกว่า 2,500 คัน ซึ่งในจำนวนนี้จัดหารถเมล์ NGV จำนวน 489 คันได้แล้ว ทำให้เหลือ 2,013 คัน โดยรถเมล์ 2,013 คันนี้ จะใช้รูปแบบสัญญาเช่า แบ่งดำเนินการออกเป็น 3 ระยะ ดังนี้ ระยะที่ 1 รถเมล์ไฟฟ้าจำนวน 224 คัน วงเงิน 900 ล้านบาท เช่า 2-3 ปี เพื่อนำมาบรรจุในเส้นทางที่ได้รับใบอนุญาตเดินรถจากกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) อยู่ระหว่างจัดร่างเอกสารประกวดราคา (ทีโออาร์) คาดได้รับรถช่วงไตรมาสที่ 1/2567 ระยะที่ 2 รถเมล์ไฟฟ้า 1,020 คัน และระยะที่ 3 รถเมล์ไฟฟ้า 769 คัน อยู่ระหว่างการศึกษาข้อมูล และสรุปวงเงิน คาดว่าเริ่มดำเนินการได้ภายหลังตั้ง บอร์ด ขสมก. แล้วเสร็จ
นายกิตติกานต์ กล่าวอีกว่า ปัจจุบัน ขสมก. มีรถเมล์ 2,885 คัน 107 เส้นทาง แบ่งเป็นรถเมล์ร้อน 1,520 คัน รถเมล์แอร์ 1,365 คัน ผู้โดยสารใช้บริการ 700,000-800,000 คันต่อวัน มีค่าใช้จ่ายอยู่ที่ 12,000 ล้านบาทต่อปี ค่าซ่อมบำรุงรักษา 1,600-2,000 ล้านบาทต่อปี และมีรายได้อยู่ที่ 8,000 ล้านบาทต่อปี ทำให้ ขสมก.ยังขาดทุนอยู่ที่ 4,000 ล้านบาทต่อปี โดยในแต่ละปี ขสมก. จะดำเนินการกู้เงินเพื่อเสริมสภาพคล่องใช้ดำเนินการในส่วนของรถเมล์ร้อน 8,000 ล้านบาทต่อปี และขอรับเงินสนับสนุนจากภาครัฐ (พีเอสโอ) วงเงิน 2,000 ล้านบาทต่อปี ส่งผลให้ ขสมก. มีหนี้สะสมอยู่ที่ 140,000 ล้านบาท
นายกิตติกานต์ กล่าวอีกว่า เมื่อจัดหารถเมล์ใหม่ได้แล้ว ในส่วนรถเมล์ที่ให้บริการในปัจจุบัน ขสมก. กรณีรถเมล์ที่ใช้งานได้ถ้ามีงบประมาณ ขสมก. มีแผนปรับปรุงรถเมล์เก่าสภาพใหม่ เพื่อนำมาเป็นรถเสริมให้บริการ แต่ถ้ารถเมล์ใช้งานไม่ได้ต้องปลดระวาง ซึ่งการปลดระวางส่งผลให้ค่าเหมาซ่อมบำรุงรักษาถูกลง ขณะนี้มอบให้เขตการเดินรถทั้ง 8 เขต จัดหมวดหมู่รถเมล์ที่มีสภาพเก่าเตรียมพร้อมปลดระวาง เพื่อสอดรับแผนขับเคลื่อน ขสมก. ต่อไป