นายชัยชาญ เจริญสุข ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) เปิดเผยถึงภาวะการค้าระหว่างประเทศของไทยเดือนส.ค. 2566 ว่า เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันปีก่อน พบว่า การส่งออกมีมูลค่า 24,279.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว 2.6% และมีมูลค่าในรูปเงินบาทเท่ากับ 824,938 ล้านบาท หดตัว 4.4% เมื่อหักทองคำ น้ำมัน และอาวุธยุทธปัจจัย พบว่าการส่งออกในเดือนส.ค. ขยายตัว 3.9%

ในขณะที่การนำเข้ามีมูลค่า 23,919.7 ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐ หดตัว 12.8% และมีมูลค่าในรูปเงินบาทเท่ากับ 822,476 ล้านบาท หดตัว 18.6% ส่งผลให้ดุลการค้าประเทศ เกินดุลเท่ากับ 359.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือเท่ากับ 2,462 ล้านบาท

ส่วนภาพรวมช่วง 8 เดือนแรก (ม.ค.-ส.ค.) ปี 2566 เทียบกับช่วงเวลาเดียวกันปีก่อน พบว่า การส่งออกรวมมูลค่า 187,593.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หดตัว 4.5% และมีมูลค่าในรูปเงินบาทเท่ากับ 6,379,734 ล้านบาท หดตัว 3.9% เมื่อหักทองคำ น้ำมัน และอาวุธยุทธปัจจัย พบว่าการส่งออก หดตัว 1.5%

ในขณะที่การนำเข้ามีมูลค่า 195,518.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หดตัว 5.7% และมีมูลค่าในรูปเงินบาทเท่ากับ 6,732,833 ล้านบาท หดตัว 5.3% ส่งผลให้ไทย ขาดดุลเท่ากับ 7,925.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็น 353,009 ล้านบาท

“สรท. คาดว่าทั้งปีนี้การส่งออกไทย อาจจะหดตัวมากขึ้น -1.5% ถึง -1% เพราะมีปัจจัยเสี่ยงรุมเร้า คือ เศรษฐกิจโลกชะลอส่งผลต่อเศรษฐกิจของประเทศคู่ค้าสำคัญ เช่น ตลาดยุโรป และจีน เศรษฐกิจจีนฟื้นตัวช้า ภาคอสังหาริมทรัพย์และอุปสงค์ในประเทศอ่อนแรง อุปสงค์ของสินค้าและบริการปรับลดลง อัตราดอกเบี้ยทั่วโลกยังคงทรงตัวอยู่ในระดับสูง ส่งผลต่อการชะลอตัวของเศรษฐกิจ และภาระต้นทุนการกู้เงินของผู้ประกอบการ

นอกจากนี้ ดัชนีภาคการผลิต (PMI) ทรงตัวอยู่ในระดับต่ำ โดยสหรัฐ ยุโรป และญี่ปุ่น ณ ระดับ 48.9 43.4 และ 48.6 ตามลำดับ ขณะที่ต้นทุนวัตถุดิบปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น อาทิ ราคาน้ำมันที่ปรับสูงขึ้น เนื่องจากอุปทานที่ลดลง รวมไปถึงการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทั่วโลก อาจส่งผลต่อความไม่แน่นอนของปริมาณผลผลิต และอาจส่งผลให้ราคาต้นทุนของสินค้าเกษตรและอาหารทรงตัวอยู่ในระดับสูงต่อไป

นายชัยชาญ กล่าวว่า สรท. มีข้อเสนอแนะมาตรการ 3 เร่ง ผลักดันการส่งออกโค้งสุดท้ายให้รัฐบาลเร่งดำเนินการ คือ 1. เร่งสร้างกิจกรรมส่งเสริมการค้าในตลาดเป้าหมาย และเพิ่มงบประมาณส่งเสริมกิจกรรม

2. เร่งเสริม พลัง Soft power ของไทยอย่างเป็นรูปธรรม เหมือนการสร้างซอฟต์เพาเวอร์ของผลไม้ในประเทศนิวซีแลนด์ ที่ผลักดัน “กีวี่” เป็นผลไม้ประจำชาติ รวมทั้งเร่งส่งเสริมการจดทะเบียน GI (Geographical Indicator) หมอนทอง ก้านยาว พวงมณี เพื่อสร้างมูลค่าและป้องกันการลอกเลียนแบบสินค้าเอกลักษณ์ของไทย และเร่งเสริมเจรจาสายเรือให้เพิ่มตู้และระวางขนส่งเพิ่มเติมจาก service contract เพื่อรองรับ spot shipment ที่จะมีมากขึ้น

และ 3. เร่งเสริมการเจรจาการค้าเสรี และความร่วมมือทางเศรษฐกิจ ทั้งพหุภาคี และทวิภาคี เพื่อเข้าถึงตลาดและวัตถุดิบ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน