นายวิศักดิ์ วัฒนศัพท์ ผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (สกนช.) เปิดเผยว่า กองทุนฯ คาดการณ์สิ้นปี 2566 จะมีสถานะติดลบประมาณ 90,000-100,000 ล้านบาท จากการอุดหนุนราคาขายปลีกดีเซลในประเทศปัจจุบันที่ประมาณ 8 บาท/ลิตร เพื่อไม่ให้ราคาเกิน 30 บาท/ลิตร จนถึงสิ้นปี 2566 ตามนโยบายของรัฐบาล บนสมมติฐานราคาดีเซลสำเร็จรูปตลาดโลกประมาณ 130 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล จากช่วงนี้ที่เคลื่อนไหวอยู่ที่ประมาณ 125 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ซึ่งปี 2565 ที่ผ่านมากองทุนฯ เคยติดลบทำสถิติสูงสุด 130,000 ล้านบาท
นอกจากนี้ คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) ยังอยู่ระหว่างหารือแนวทางบริหารจัดการกองทุนฯ เพื่อดูแลรักษาเสถียรภาพระดับราคาน้ำมันในประเทศปี 2567 หลังมาตรการลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลลง 2.50 บาท/ลิตร จะสิ้นสุดวันที่ 31 ธ.ค. 2566 จากที่เคยเรียกเก็บที่ประมาณ 5.99 บาท/ลิตร รองรับสมมติฐานราคาน้ำมันตลาดโลกปีหน้าที่คาดว่าจะเคลื่อนไหวอยู่ที่ 115-130 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล
“คาดว่าปลายเดือนพ.ย.นี้ แนวทางดังกล่าวจะมีความชัดเจน ภายใต้แผนยุทธศาสตร์กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง 5 ปี (2568-2572) กรณีที่เกิดวิกฤตการณ์ด้านน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งจะมีการกำหนดเกณฑ์ระดับราคาที่เหมาะสมของเชื้อเพลิงว่าควรอยู่เท่าใดหลายกรณีศึกษา เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ราคาน้ำมันที่เปลี่ยนแปลงไป ส่วนจะต้องมีการกู้เงินเพื่อดูแลเสถียรภาพราคาเพิ่มเติมหรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ เนื่องจากกรอบวงเงินกู้ 1.5 แสนล้านบาท จะสิ้นสุดลงวันที่ 6 ต.ค.นี้ หากมีความจำเป็นต้องใช้เงินตามมาตรา 6 พ.ร.บ.กองทุนฯ ยังสามารถดำเนินการได้หลายแนวทาง”
อย่างไรก็ตาม ล่าสุดได้ลงนามกู้ยืมเงินจากสถาบันการเงินอีก 50,333 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยเบิกตั้งแต่เดือนต.ค.นี้ ครั้งละประมาณ 5,000 ล้านบาท เพื่อดูแลเสถียรภาพราคาน้ำมันไปจนถึงสิ้นปีนี้ จากที่ผ่านมากองทุนฯ ได้ทยอยกู้ยืมเงินสอดคล้องกับแผนการบริหารหนี้สาธารณะประจำปี 2566 แล้วประมาณ 55,000 ล้านบาท รวมสัญญากู้ยืมเงินจากสถาบันการเงินรวม 105,333 ล้านบาท ภายใต้พ.ร.ก.ผ่อนผันให้กระทรวงการคลังค้ำประกันการชำระหนี้ของสำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ.2565
นายพรชัย จิรกุลไพศาล ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ สกนช. กล่าวว่า สำหรับก๊าซปิโตรเลียมเหลว หรือก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี) ยังคงตรึงราคาขายปลีกขนาดถัง 15 กิโลกรัม (ก.ก.) อยู่ที่ 423 บาท ถึงวันที่ 31 ธ.ค. 2566 จากราคาตามต้นทุนจริงควรอยู่ที่ 600 บาท/15 ก.ก. ส่งผลให้ ณ วันที่ 1 ต.ค. 2566 ฐานะกองทุนสุทธิติดลบ 65,732 ล้านบาท แบ่งเป็นบัญชีน้ำมันติดลบ 20,806 ล้านบาท บัญชีก๊าซแอลพีจี ติดลบ 44,926 ล้านบาท