นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง กล่าวแสดงวิสัยทัศน์การขับเคลื่อน ESG เพื่อผลักดันประเทศไทยสู่ความยั่งยืน ในงาน ESG Symposium 2023 : “ร่วม-เร่ง-เปลี่ยน” ไทยสู่สังคมคาร์บอนต่ำ ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ว่า ปัญหาโลกเดือด ปัญหาภัยแล้งได้รุนแรงมากขึ้น ส่งผลให้เกิดภาวะอาหารขาดแคลน ซึ่งนำไปสู่ปัญหาเศรษฐกิจตั้งแต่ระดับครัวเรือน จนถึงระดับมหภาค โดยเชื่อมั่นว่าหากทุกฝ่ายร่วมมือกันตามกลยุทธ์ ESG ที่เน้นการสร้างเศรษฐกิจควบคู่กับสิ่งแวดล้อมอย่างโปร่งใส มุ่งสู่เป้าหมาย SDG ของสหประชาชาติ โดยเชื่อว่าหากทุกฝ่ายช่วยกันจะกู้โลกให้กลับมาดีขึ้นได้

สำหรับประเทศไทยได้เดินหน้าสนับสนุนกรอบความร่วมมือระหว่างประเทศให้มีความเข้มแข็ง โดยเฉพาะความร่วมมือในการจัดสรรทรัพยากรและแหล่งเงินทุน ซึ่งจะช่วยทำให้ประเทศรับมือกับความท้าทายและร่วมกันขับเคลื่อน SDG อย่างเป็นรูปธรรม รัฐบาลได้ออกมาตรการทางการเงินกว่า 4.5 แสนล้านบาท เพื่อลงทุนในเศรษฐกิจสีเขียว และ Thailand Green Taxnomy เพื่อส่งเสริมให้เกิดการลงทุนเพื่อความยั่งยืน ซึ่งได้รับความร่วมมือที่ดีจากภาคธุรกิจกว่า 100 บริษัททั่วประเทศไทย พร้อมขับเคลื่อนการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน

โดยตั้งเป้าหมายเพื่อให้ภาคเอกชนเกิดการลงทุนในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ SDG วงเงินกว่า 1.6 ล้านล้านบาท ภายในปี 2573 ซึ่งการพัฒนาเศรษฐกิจที่ยั่งยืนต้องมีแนวทางที่นำไปสู่การเปลี่ยนผ่านชัดเจน โดยมีประชาชนเป็นศูนย์กลาง ซึ่งประเทศไทยได้มีแนวทาง ได้แก่ มุ่งการพัฒนาที่ยั่งยืนโดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง โดยช่วยเหลือกลุ่มรากหญ้า ส่งเสริมสิทธิมนุษย์ชน และความเท่าเทียมทางเพศสำหรับประชาชนทุกคน และให้ความสำคัญกับสิทธิด้านสุขภาพ ผลักดันความร่วมมือทุกระดับ เพื่อรับมือกับความเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศรวมถึงการส่งเสริมการเข้าถึงพลังงานสะอาดในราคาที่เหมาะสมและมีความน่าเชื่อถือ ภายในปี 2573

“ขอให้ทุกคนมั่นใจว่าวันนี้ประเทศไทยพร้อมเดินหน้าแก้วิกฤตสิ่งแวดล้อม โดยรัฐบาลได้บรรจุในนโยบายและมีแผนที่จะดำเนินการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศเพื่อให้ทุกภาคส่วนดำเนินการอย่างบูรณาการ” นายเศรษฐา กล่าว

นายเศรษฐา กล่าวอีกว่า การผลักดันเศรษฐกิจหมุนเวียนให้เป็นวาระแห่งชาติ ผมขอชื่นชมความมุ่งมั่นทั้ง 3 อุตสาหกรรมนำร่อง ทั้งบรรจุภัณฑ์ ยานยนต์ และก่อสร้าง ซึ่งรัฐบาลจะขยายผลความสำเร็จนี้ โดยให้ความสำคัญกับการกำหนดนโยบายจัดการขยะและเปิดให้จัดหาสินค้ากรีนเพื่อสร้าง Eco-system ที่เอื้อต่อระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน สำหรับการส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาด โดยรัฐบาลจะให้ความสำคัญกับการใช้พลังงานสะอาดให้เต็มประสิทธิภาพ และศึกษาการเปิดให้สามารถซื้อ-ขายไฟฟ้าจากพลังงานสะอาดได้มากขึ้น เพื่อสร้างความมั่นคงทางพลังงาน พร้อมทั้งรองรับการขยายตัวเศรษฐกิจไทย ดึงดูดนักลงทุนและบริษัทต่างชาติในอนาคต

“ผมขอขอบคุณทุกคนที่มุ่งเปลี่ยนสู่สังคมคาร์บอนต่ำ โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง เพราะยังมีประชาชนอีกมากโดยเฉพาะธุรกิจขนาดเล็ก เกษตรกร และชุมชน ที่ยังไม่ตระหนักถึงวิกฤตนี้ หรือยังไม่พบทางออกเพื่อรับมือ เราควรสนับสนุนการเข้าถึงความรู้ เทคโนโลยี และการเข้าถึงเงินทุน ให้ทุกคนสามารถปรับตัวอยู่รอดได้ สำหรับข้อเสนอในวันนี้ ผมจะมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการต่อไป” นายเศรษฐา กล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน