นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ เปิดเผยภายหลังหารือร่วมกับผู้บริหารกระทรวงพาณิชย์ พาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ และสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ (ทูตพาณิชย์) ทั้ง 58 แห่งที่โลก ว่า เรียกประชุมเพื่อเตรียมความพร้อม เนื่องมาจากวันที่ 21-23 พ.ย. 2566 นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง ได้เรียกเอกอัครราชทูตจากทั่วโลกกลับมา ทางกระทรวงพาณิชย์เองจึงได้เรียกทูตพาณิชย์ รวมไปถึงพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศเข้าร่วม

และยังจะเชิญ อาทิ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ประมาณ 10-20 รายที่เกี่ยวข้อง และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) เข้าร่วมด้วย เนื่องจากนายกฯ ต้องการให้ทีมไทยแลนด์ ทำงานเชิงรุกมุ่งเแก้ไขปัญหาให้ตรงจุด รวมทั้งหาแนวทางใหม่ในการเพิ่มศักยภาพเศรษฐกิจประเทศ มองไปข้างหน้าโดยมีเครื่องมือเข้ามาช่วยเพื่อให้ทุกฝ่ายทำงานประสบสำเร็จ

ทั้งนี้ นายกฯ จะมอบมอบนโยบายการทำงานเพื่อให้เกิดการบูรณาการร่วมกัน พร้อมทั้งจัดทำ Work Shop ร่วมกัน เพื่อขยายบทบาทเชิงรุกของประเทศ และร่วมเสนอความคิดเห็น พร้อมรับฟังนโยบายเพื่อให้การปฏิบัติงานเกิดประสิทธิผล

โดยทูตพาณิชย์ต้องทำงานเชิงรุก เตรียมพร้อมในการเข้าร่วมประชุมครั้งนี้ เพราะเราถือว่าเป็นด่านแรกในการเจรจาการค้ากับนักธุรกิจทั้งรายใหม่ รายเก่า และทำอย่างไรให้เกิดประโยชน์ และต้องมีการประสานงานกับพาณิชย์จังหวัดให้เกิดความเข้มแข็ง โดยเอาลักษณะเด่นของแต่ละจังหวัด ซึ่งพาณิชย์จังหวัดจะต้องคิดว่าสินค้าในจังหวัดมีอะไรโดดเด่น ซึ่งต้องสามารถสรุปได้ในแต่ละปี เพราะเป็นข้อมูลที่รู้อยู่แล้ว

พร้อมทั้งนำข้อมูลที่ได้มาดำเนินการร่วมกันอย่างเชิกรุก เพื่อรุกตลาด และนำเครื่องมือเข้ามาช่วยผลักดันในการส่งออก ทูตพาณิชย์เองก็ต้องรู้ช่องทางการขายเพื่อให้ทั้ง 2 ฝั่งเกิดความร่วมมือและต่อยอดการค้า การส่งออกในต่างประเทศ พร้อมกับไปดูช่องทางการค้าใหม่ด้วยโดยเฉพาะอีคอมเมิร์ซ ซึ่งมอบหมายให้ทั้งทูตพาณิชย์ รวมไปถึงพาณิช์จังหวัด ค้นหาอินฟลูเอนเซอร์ (Influencer) คือ บุคคลที่มีผู้ติดตามบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย เพื่อเข้ามาช่วยเพิ่มช่องทางในการขายสินค้าไทยและสร้างการรับรู้สินค้าไทยให้มากขึ้น

และได้มอบ ให้ทูตพาณิชย์ค้นหาร้าน Thai SELECT จำนวน 5 ร้านในแต่ละประเทศจาก 1,620 แห่งทั่วโลก เพื่อเป็นที่จัดแสดงสินค้าไทยและสะท้อนภูมิปัญญาของไทย เช่น อาหาร เพลง มวยไทย เป็นต้น ผลักดันให้เป็น Soft Power โดยพร้อมที่จะส่งเสริมประชาสัมพันธ์ ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องการให้ร่วมกันผลักดันให้เกิดขึ้น เพราะจะเป็นช่องทางสำคัญในการสร้างการรับรู้ของสินค้าและอาหารไทย

“เราต้องการส่งเสริมวัฒนธรรมใหม่ในกระทรวงโดยภายใน 2 ปีเป็นตัวชี้วัดหากทำงานได้ดี ไม่ต้องมีเส้นสาย แม้อยู่ประเทศเล็ก หากทำงานมีผลงานดี ก็พร้อมส่งเสริมไปสู่ประเทศที่ดีได้ อยากให้กรมต่างๆในกระทรวงสามารถเปลี่ยนแปลงโยกย้ายได้ เพราะต้องการให้เกิดการบูรณาการทำงานเป็นทีมร่วมกันทั้งหมดซึ่งได้มอบหมายปลัดกระทรวงรับไปติดตามทำงาน บุคคลากรของกระทรวงล้วนแล้วมีฝีมือ แต่การเชื่อมโยงการทำงานนั้นยังไม่เพียงพอจึงต้องการให้เกิดการเชื่อมโยงในทีมพาณิชย์ในด้านต่างๆ ขึ้นมา”

สำหรับปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ อิสราเอล-ฮามาส ทูตพาณิชย์ที่เกี่ยวข้องก็ได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล์ชิด พร้อมทั้งรายงานความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง รวมไปถึงมาตรการกีดกันทางการค้าต่างๆ ด้วย

นายกีรติ รัชโน ปลัดกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า สำหรับเป้าหมายการส่งออกของไทยในปี 2566 กระทรวงพาณิชย์ยังมองว่าติดลบน้อยกว่าที่ภาคเอกชนคาดการณ์ไว้ที่ ติดลบ 2% ส่วนเป้าหมายการส่งออกในปี 2567 คงต้องรอตัวเลขการส่งออกในเดือนธ.ค. 2566 นี้ ถึงจะสามารถประเมินตัวเลขได้ รวมไปถึงแนวทางการส่งเสริมการส่งออกในปี 2567 ซึ่งจะมีการประชุมทูตพาณิชย์จากทั่วโลกร่วมกับภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องในวันที่ 10 ธ.ค. 2566 นี้ ส่วนการส่งออกใน 2 เดือนสุดท้ายของปีน่าจะมีตัวเลขออกมาเป็นที่น่าพอใจ โดย 2 เดือนก่อนหน้าการส่งออกขยายตัวเป็นบวก

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน