เมื่อวันที่ 7 พ.ย. ที่กระทรวงคมนาคม นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า นายแอ็นสท์ ว็อล์ฟกัง ไรเชิล เอกอัครราชทูตสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีประจำประเทศไทยและคณะเข้าพบ เพื่อหารือเกี่ยวกับความร่วมมือด้านคมนาคมขนส่ง โดยเยอรมันให้ความสนใจโครงการลงทุนระบบโครงสร้างพื้นฐานคมนาคมขนาดใหญ่ประเทศไทย โดยเฉพาะโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจเชื่อมฝั่งทะเลอันดามันและอ่าวไทย (แลนด์บริดจ์) วงเงินรวมกว่า 1 ล้านล้านบาท เนื่องจากเห็นว่าเป็นโครงการที่สามารถดึงนักลงทุนเข้ามาร่วมได้

หลังจากนี้ เอกอัครราชทูตฯ จะนำเรื่องไปแจ้งให้รัฐบาลเยอรมันทราบถึงรายละเอียดโครงการดังกล่าว เพื่อเชิญชวนนักลงทุนเข้ามาร่วมลงทุน ในลักษณะร่วมมือกับบริษัทเดินเรือ ดังนั้นไทยจึงมีแผนจะเดินสายประชาสัมพันธ์โครงการ (โรดโชว์) ไปยังประเทศเยอรมันอีกด้วย

ทั้งนี้ เยอรมันยังให้ความสนใจลงทุนโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน เนื่องจากที่ผ่านมานักลงทุนจากประเทศเยอรมันได้เข้าร่วมโครงการรถไฟฟ้าก่อสร้างรถไฟฟ้าใต้ดินสายสีน้ำเงินของไทยอยู่แล้ว จึงให้ความสนใจที่เข้าร่วมลงทุนในโครงการดังกล่าว

ขณะเดียวกันเยอรมันให้ความสนใจร่วมลงทุน (พีพีพี) อาทิ บริษัท ลุฟท์ฮันซ่า สายการบินเยอรมัน จำกัด และ บริษัท แอลเอสจี สกายเชฟส์ (ประเทศไทย) จำกัด เข้ามาร่วมลงทุนการให้บริการภาคพื้นและครัวการบินที่สนามบินสุวรรณภูมิ ของ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. เนื่องจากทั้ง 2 บริษัท มีประสบการณ์เกี่ยวกับการให้บริการภาคพื้นและครัวการบินอยู่แล้ว

นอกจากนี้ ยังได้หารือถึงโครงการความร่วมมือไทย-เยอรมัน ด้านพลังงาน คมนาคม และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ความร่วมมือเพื่อสนับสนุนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคขนส่งและการขนส่งอย่างยั่งยืนอีกหลายโครงการ ซึ่งกระทรวงคมนาคมมีกรอบแนวทางพัฒนาด้านการพัฒนาสิ่งแวดล้อมที่ดีขึ้น Green Transport เพื่อลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์และ PM 2.5 เน้นย้ำให้ดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาลในการส่งเสริมการใช้พลังงานทางเลือกในระบบการเดินทางและขนส่งทั้งในรถโดยสารสาธารณะ รถไฟ เรือโดยสารและระบบการขนส่งต่างๆ รวมทั้งการบูรณาการ ร่วมกับหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องในการแก้ไขปัญหาการจราจร

รายงานข่าวจากกระทรวงคมนาคม ระบุว่า สำหรับความคืบหน้าการศึกษาโครงการแลนด์บริดจ์ อยู่ระหว่างการจัดทำรายงานผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม (อีเอชไอเอ) และเตรียมจัดรับฟังความคิดเห็นประชาชนกลุ่มย่อยที่มีส่วนได้ส่วนเสียในพื้นที่ จ.ชุมพร และ จ.ระนอง ช่วงเดือนธ.ค. 2566 จากนั้นจะประชุมรับฟังความคิดเห็นครั้งที่ 3 เพื่อสรุปผลการศึกษา ช่วงเดือนมี.ค. 2567 จากนั้นนำความคิดเห็นมาประกอบผลการศึกษา และคาดจะสรุปผลการศึกษาเสร็จสมบูรณ์ทั้งโครงการช่วงปลายปี 2567

ขณะเดียวกัน กระทรวงฯ มีแผนโรดโชว์โครงการแลนด์บริดจ์ไปยังประเทศต่างๆ ทั่วโลก ตั้งแต่เดือนพ.ย. 2566-ม.ค. 2567 อาทิ ประเทศสหรัฐ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซาอุดีอาระเบีย เยอรมัน สวิตเซอร์แลนด์ จีน เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น ซึ่งประเทศเหล่านี้ ล้วนแต่เป็นประเทศที่มีเงินทุน มีเทคโนโลยี

ทั้งนี้ หลังจากโรดโชว์เสร็จแล้ว สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ได้กำหนดให้เอกชนยื่นข้อเสนอในเดือนเม.ย.-มิ.ย. 2568 จากนั้นจะเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบรายชื่อผู้ชนะการประมูลในโครงการภายในเดือนส.ค. 2568 และให้เอกชนที่ชนะการประมูลเริ่มก่อสร้างในเดือนก.ย. 2568 โดยโครงการนี้จะใช้ระยะเวลาก่อสร้างประมาณ 5 ปี และคาดว่าจะเปิดดำเนินการได้ในเดือนต.ค. 2573

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน