นายปณิธาน มีไชยโย ผู้อำนวยการองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) เปิดเผยว่า ปี 2566 อ.ต.ก. ได้ปรับโครงสร้างหนี้ และลดต้นทุนการดำเนินงานในหลายๆ เรื่อง ส่งผลให้อ.ต.ก. พลิกมีกำไร 105 ล้านบาท จากปี 2565 ผลประกอบการขาดทุน 163 ล้านบาท ดังนั้นปี 2567 อ.ต.ก. จะปรับเปลี่ยนบทบาท เป็นตัวแทนซื้อขายสินค้าเกษตร (เทรดเดอร์) ภาครัฐและหน่วยงานส่งเสริมการขยายตัวด้านการเกษตร ทั้งในและต่างประเทศ เป้าหมาย เพื่อกระจายสินค้าเกษตรพรีเมียม อาทิ ทุเรียน กล้วยไข่ มังคุด และ ส้มโอ ข้าวหอมมะลิ ลำไยสด ลำไยอบแห้ง เป็นต้น ไปสู่ผู้บริโภคในทั่วโลก โดยเฉพาะ จีน รัสเซีย ยุโรป เอเชียกลาง และตะวันออกกลาง
“หลังปรับเปลี่ยนบทบาทอ.ต.ก. เป็นเทรดเดอร์ภาครัฐ และเป็นหน่วยงานส่งเสริมการรับรู้สินค้าเกษตรของไทย ไปยังทั่วโลก ปี 2567 อ.ต.ก. จะเดินหน้าโรดโชว์ต่างประเทศ ได้แก่ จีน ญี่ปุ่น และซาอุดีอาระเบีย และยังจะสร้างการรับรู้สินค้าเกษตร ในประเทศไทยเพิ่มขึ้น โดยการโรดโชว์ทั้งหมดน่าจะเกิดได้ประมาณกลางปีนี้ รับรู้รายได้เป็นกอบเป็นกำในปี 2568”
นายปณิธาน กล่าวว่า ทั้งนี้ จีนถือเป็นประเทศที่มีการนำเข้าสินค้าเกษตรที่ใหญ่ที่สุดในโลก ปี 2567 ถือว่าจีนยังเป็นเป้าหมายสำคัญในการส่งออกสินค้าเกษตรของไทย หลังการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งพรรคคอมมิวนิสต์ ครั้งที่ 20 ที่ “สี จิ้นผิง” ประกาศเพิ่มรายได้และทำให้ประชาชนมีความสุข ปฏิรูปและเปิดประเทศ จุดประกายเศรษฐกิจของจีน ซึ่งอ.ต.ก. มองว่าเป็นโอกาสที่สินค้าเกษตรไทยจะโตไปพร้อมเศรษฐกิจจีน
ตลอดปีนี้ อ.ต.ก. เดินหน้าปรับโครงสร้างธุรกิจ เปลี่ยนบทบาทเป็นเทรนเดอร์สินค้าเกษตรภาครัฐ หลังจากปีก่อนหน้า ได้ร่วมลงทุนกับ ปตท. ส่งสินค้าเกษตรขายในจีน ซึ่งหากเศรษฐกิจจีนเติบโตได้ สินค้าเกษตรไทยส่งออกไปจีนก็จะเติบโตตาม
ดังนั้น ปีนี้ก็เตรียมร่วมมือกับเอกชนทั้งในและต่างประเทศ เพื่ออีกประมาณ 10 บริษัท เพื่อกระจายสินค้าทั้งภายใต้แบรนด์ อ.ต.ก. และแบรนด์อื่นๆ ไปยังตลาดพรีเมี่ยมทั่วโลก และการร่วมทุนทั้งหมดนี้จะรับรู้รายได้ประมาณปี 2568 แต่จะมีรายได้เท่าไหร่ตอนนี้ยังไม่สามารถประเมินได้ เพราะถือเป็นธุรกิจใหม่ที่ อ.ต.ก. เพิ่งดำเนินการ และจะสามารถประเมินรายได้จากการร่วมทุนกับเอกชนอื่นๆ ได้ ต้องรอประมาณ ไตรมาส 2 ปี 2567