นายภูสิต รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยภายหลังการประชุมหารือติดตามสถานการณ์ผลกระทบและหามาตรการรองรับกรณีกองทัพฮูติโจมตีเรือขนส่งสินค้าเส้นทางทะเลแดง ว่า ได้ประชุมร่วมกับสภาผู้ส่งออกสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) ตัวแทนสายการเดินเรือ และสำนักงานทูตพาณิชย์ในภูมิภาคที่เกี่ยวข้อง โดยที่ประชุมได้ขอให้ทางบริษัทสายการเดินเรือคงราคา ค่าระวางเรือไว้ตามสัญญา ซึ่งได้รับคำมั่นจากสายการเดินเรือว่า ค่าระวางเรือที่จองไว้ล่วงหน้าแล้ว จะเป็นไปตามสัญญา ไม่ปรับขึ้น และจะเก็บตามต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจริง และในส่วนของค่า surcharge ที่เกิดขึ้น ต้องการให้บริษัทสายการเดินเรือ ประกาศออกมาให้ทราบอย่างชัดเจน เพื่อให้ผู้ส่งออกสามารถวางแผนและเจรจากับผู้นำเข้าได้

“กระทรวงพาณิชย์ จะทำหนังสือไปถึงบริษัทสายการเดินเรือเพื่อแจ้ง ข้อกังวล ดังกล่าวและขอความชัดเจนจากสายการเดินเรือเรื่อง surcharge ที่ขอให้มีการประกาศให้ชัดเจน เพื่อ ผู้ส่งออก และ นำเข้าจะได้ วางแผนทำธุรกิจได้”นายภูสิต กล่าว

ส่วนของปัญหาเรื่องตู้คอนเทนเนอร์ นั้นเห็นว่ายังมีเพียงพอ เพราะในปีที่ผ่านมา มีเรือเข้ามาในไทยเพิ่มขึ้นถึง 350 ลำ และในปีนี้จะมีเพิ่มขึ้น 478 ลำ แต่กระทรวงพาณิชย์ก็เตรียมส่งหนังสือถึงการท่าเรือแห่งประเทศไทย กรมศุลกากร และกรมเจ้าท่า เพื่อให้ช่วยประเมินและรวบรวมจำนวนตู้ทั้งส่งออกและนำเข้าทั้งหมด และจะติดตามประเมินสถานการณ์ตู้อย่างใกล้ชิด โดยจะมีการประชุมครั้งต่อไปในปลายเดือนนี้ เพื่อจะประเมินสถานการณ์และสั่งการให้สำนักงานทูตพาณิชย์ติดตามสถานการณ์ของการบริหารจัดการที่ท่าเรือ ต่างๆ อย่างใกล้ชิด ทั้งด้านการนำเข้าและส่งออก เพื่อเตรียมการรับมือในอนาคต

นายชัยชาญ เจริญสุข ประธาน สรท. กล่าวว่า จากการประเมินล่าสุดพบว่า สถานการณ์ที่ทะเลแดงยังยืดเยื้อ และเริ่มจะมีผลกระทบต่อการเพิ่มของค่าระวางเรือ, ระยะเวลาการเดินเรือ, การจองพื้นที่ในเรือ หรือ booking space เรือ ซึ่งผู้ส่งออกต้องปรับตัวมากขึ้น โดยเฉพาะต้นทุนค่าระวางเรือในการขนส่งสินค้าในเส้น North Africa, Middle East, EU ซึ่งขณะนี้ ได้ขยับเพิ่มขึ้น รวมทั้ง ความล่าช้าในการขนส่งสินค้าไปถึงมือลูกค้า โดยสินค้าส่งออกไทย ที่โดนผลกระทบไปคือ ชิ้นส่วนยานยนต์ ที่ส่งไปซาอุดีอาระเบีย, แอฟริกาเหนือ และไปยุโรป และการส่งออกยางล้อรถยนต์, สินค้าอาหารและชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ไปยุโรป ซึ่งสัดส่วนการส่งออกของไทยไปยุโรป อยู่ที่ 7-8% ของการส่งออกรวมทั้งหมด ซึ่งถือว่าเป็นตลาดสำคัญของไทย ซึ่งผู้ส่งออกไม่อยากให้ ต้นทุนค่าขนส่งสูงขึ้นมาก เพราะจะไม่เป็นผลดีต่อการส่งออก

นายสมพล ธนาดำรงศักดิ์ กรรมการผู้จัดการบริษัท Fortune Parts Industry Plc กล่าวว่า ขณะนี้ ค่าระวางเรือ ที่ไป Red Sea ได้ปรับเพิ่มขึ้นมาแล้ว โดย เฉลี่ยจะเพิ่มขึ้น 200-400% โดยในเส้นทางการขนส่งไปเมืองเจดดาห์ ซาอุดีอาระเบีย, อากาบา จอร์แดน, และซอคน่าของอียิปต์ ค่าระวางเรือได้เพิ่มขึ้นมา เป็น 8,500 ดอลลาร์ต่อตู้ 20 ฟุต จากเดิมที่อยู่ที่ 1,500 ดอลลาร์ต่อตู้ และ ตู้ไปตุรกี เป็น 7,500 ดอลลาร์ต่อตู้ จาก 2,400 ดอลลาร์ต่อต่อตู้

สำหรับเส้นทางไปยุโรป ค่าระวางเพิ่มขึ้นจากปีก่อน 3 เท่าตัว ดังนั้น ผู้ส่งออก และ ผู้นำเข้า จะต้องเตรียมการรับมือในการจองตู้และสายเดินเรือล่วงหน้าประมาณ 1 เดือนและหากเป็นสินค้าส่งออกที่ไม่จำเป็นเร่งด่วนมาก ควรรอและยืดเวลาการส่งออกไปในช่วงสัปดาห์แรกของเดือนกพ. ที่เป็นช่วงวันหยุดตรุษจีน ของประเทศจีน เนื่องจากคาดว่า ค่าเฟดจะลดต่ำลงในช่วงนั้น เมื่อเทียบกับช่วงนี้ที่จีน กำลังเร่งนำเข้าและส่งออก ก่อนจะถึงตรุษจีน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน