นายกอบสิทธิ์ ศิลปชัย ผู้บริหารงานวิจัยเศรษฐกิจและตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) กล่าวว่า กสิกรไทยคาดการณ์เศรษฐกิจไทยปี 2567 จะขยายตัวได้ 3.6% หากมีโครงการดิจิทัลวอลเล็ต แต่ถ้าไม่มีน่าจะขยายตัวที่ 3.1% ในขณะที่ปี 2566 คาดว่าเติบโต 2.5% ซึ่งแตกต่างจากเอกสารกระทรวงการคลังที่คาดว่าเศรษฐกิจไทยปี 2566 น่าจะขยายตัวได้เพียง 1.8% และจะเร่งตัวไปที่ 2.8% ในปี 2567
พร้อมกันนี้กสิกรไทย มองว่า เศรษฐกิจไทยมีโอกาสจะเข้าสู่ภาวะถดถอยเพิ่มขึ้นจาก 5% เป็น 15% โดยมีปัจจัยจากความตึงเครียดระหว่างสหรัฐและจีน ที่ส่งผลกระทบต่อการค้าโลก เศรษฐกิจจีนอ่อนแอ ส่งผลเสียต่อดุลการค้าไทย การพึ่งพาภาคบริการมากขึ้น จำกัดการเติบโตในระยะยาว การปรับลดดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะกระทบต่อค่าเงินบาท โดยมีแนวโน้มอยู่ที่ 34.00 บาทต่อดอลลาร์ภายในสิ้นปีนี้
“เศรษฐกิจไทยเติบโตช้ามาตลอด 10 ปี และโตช้าสุดในภูมิภาคอาเซียน โดยตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจ อย่าง การส่งออก ได้รับผลกระทบจากปัจจัยภายนอก ความตึงเครียดระหว่างจีนและสหรัฐส่งผลกระทบต่อการค้าโลก เศรษฐกิจจีนที่อ่อนแอก็ส่งผลเสียต่อดุลการค้าไทย ในขณะที่การลงทุนตกต่ำมาหลายปีแล้ว ซึ่งการลงทุนของภาคเอกชนอยู่ที่ 18% ของจีดีพีเท่านั้น”
นายกอบสิทธิ์ กล่าวต่อว่า การปรับเปลี่ยนโครงสร้างทางเศรษฐกิจของไทย ซึ่งพึ่งพาภาคการบริการมากขึ้นเรื่อยๆ โดยปัจจัยภาคอุตสาหกรรมการผลิตลดลงเหลือ 31% ของจีดีพี ในขณะที่ภาคบริการการท่องเที่ยวเพิ่มเป็น 64% มองว่าจะเป็นการจำกัดการเติบโตของเศรษฐกิจในระยะยาว
“การที่เราโตได้ช้า เราต้องมีแผนยุทธศาสตร์ระยะยาวในการกระตุ้นเศรษฐกิจ ตอนนี้ไทยไปกระจุกตัวที่การท่องเที่ยว หากมีสถานการณ์โรคระบาด สงคราม หรือบรรยากาศความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่แย่ลง จะเป็นปัจจัยเสี่ยงที่กระทบการท่องเที่ยวได้”