นายจุฬา สุขมานพ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) หรือ อีอีซี เปิดเผยว่า อีอีซี ตั้งเป้าหมายในระยะเวลา 3 ปี (ปี 2567-2569) ให้เกิดมูลค่าการลงทุนจริงในคลัสเตอร์อุตสาหกรรมเป้าหมาย ประมาณ 4 แสนล้านบาท ซึ่งล่าสุด นำคณะจากอีอีซีเดินทางเยือนเมืองนาโกย่า และเมืองโอชาก้า ประเทศญี่ปุ่น เพื่อชักจูงภาคเอกชนชั้นนำจากประเทศญี่ปุ่นร่วมลงทุน โดยเฉพาะในกลุ่มอุตสาหกรรมชีวภาพ อุตสาหกรรมหมุนเวียน และอุตสาหกรรมสีเขียว (BCG) การพัฒนาพลังงานสะอาด โดยเฉพาะไฮโดรเจนที่เป็นพลังงานใหม่แห่งอนาคตภาคขนส่ง ซึ่งจะเป็นการลงทุนสำคัญเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขับเคลื่อนให้พื้นที่อีอีซี
ในโอกาสนี้ได้พบกับนายยาซูฮิโก ยามาซากิ รองกรรมการประธานบริหาร และผู้บริหารระดับสูงจาก บริษัท DENSO Corporation ซึ่งเป็นบริษัทผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ระดับโลกด้วยการพัฒนาเทคโนโลยีพลังงานสะอาดต่อเนื่อง ได้หารือถึงโอกาสการขยายลงทุนจากบริษัท และความร่วมมือด้านเทคโนโลยีไฮโดรเจนเพื่อรองรับการใช้พลังงานสะอาด

นอกจากนี้ ได้เข้าพบผู้บริหาร บริษัท Toyota Motor Corporation เพื่อศึกษาแนวทางพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ รูปแบบแบตเตอรี่ ไฮบริด และไฮโดรเจนที่นำมาใช้เป็นรูปธรรม จึงได้หารือถึงแนวทางการขยายผลการนำไฮโดรเจนมาใช้ประโยชน์ในภาคขนส่งในพื้นที่อีอีซี
ส่วนการเข้าพบผู้บริหารระดับสูงบริษัท Kowa มีสนใจลงทุนผลิตไฮโดรเจนและแอมโมเนียในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เพิ่มขึ้น โดยได้หารือถึงการขยายลงทุนเทคโนโลยีพลังงานสะอาดเพื่อผลิตไฮโดรเจน ที่เป็นอุตสาหกรรมเป้าหมายภายใต้การลงทุน BCG เป็นต้น
สำหรับภาพรวมการลงทุนของนักลงทุนประเทศญี่ปุ่น ในช่วงปี 2561-พ.ย. 2566 ที่ผ่านมา ภาคธุรกิจของญี่ปุ่นได้ให้ความสนใจในการลงทุนในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) สูงสุดเป็นอันดับที่ 1 โดยมีมูลค่าที่ได้รับการออกบัตรส่งเสริมการลงทุนจาก สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) มูลค่า 183,702 ล้านบาท