นายชัยชาญ เจริญสุข ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) เปิดเผยถึงคาดการณ์การส่งออกไทยปี 2567 ว่า จะขยายตัวเป็นบวก 1-2% มีมูลค่า 287,396-290,241 ล้านเหรียญสหรัฐ เนื่องจากตลาดโลกยังมีความต้องการนำเข้าสินค้าเกษตรจากไทย ขณะที่ภาคการส่งออกยานพาหนะ อุปกรณ์และส่วนประกอบ, เครื่องใช้ไฟฟ้า และเครื่องอิเล็กทรอนิกส์ ฟื้นตัวดีต่อเนื่อง

โดยคาดว่ายางพาราจะพลิกกลับมาขยายตัวเป็นบวก 7-10%, ผลิตภัณฑ์ยาง ขยายตัว 0.3% จากความต้องการขยายตัวต่อเนื่อง 3 เดือน, ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง ขยายตัว 0-5%, อาหาร ขยายตัว 0-2%, ยานพาหนะ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ขยายตัว 0-1%, เครื่องใช้ไฟฟ้า และเครื่องอิเล็กทรอนิกส์ ขยายตัว 1-3% เนื่องจากนักลงทุนย้ายฐานการผลิตมาไทย, สิ่งทอ ขยายตัว 1-2% ขณะที่การส่งออกข้าวปีนี้ จะขยายตัวลดลงจาก 20% เหลือ 0% เมื่อเทียบกับปีก่อน เนื่องจากคาดว่าอินเดีย อาจจะกลับมาส่งออกข้าว

ขณะที่ดัชนีภาคผลิต (PMI) เดือนม.ค. 2567 ของคู่ค้าหลักของไทยฟื้นตัวขึ้นจากเดือนธ.ค. 2566 โดยไทยขยับขึ้นมา เป็น 46.7 สหรัฐ 50.7 อยู่เหนือระดับ base line และ อินเดีย 56.9 เป็นต้น

“คาดว่าการส่งออกปีนี้ยังคงไปได้ เดือนม.ค. คาดว่าจะมีมูลค่าเท่าปีก่อนที่ 2 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ เดือนก.พ. จะอยู่ระหว่าง 2.1-2.2 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ แต่เดือนมี.ค. ไม่สามารถคาดการณ์ได้ จะต้องจับตาปัจจัยเสี่ยงหลายอย่างอย่างใกล้ชิดในช่วงหลังจากตรุษจีน ต้องดูว่าดัชนีการผลิตของจีนจะฟื้นแตะระดับ 50 หรือไม่ ภาวะสงครามทะเลแดง ระดับราคาน้ำมันจะยังคงอยู่ที่ 75 เหรียญสหรัฐ หรือขยับขึ้นสูงขึ้นเป็น 80 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล รวมไปถึงเงินบาทที่อ่อนค่าแบบผันผวนอาจกระทบต่อต้นทุนการนำเข้าสินค้าที่ผลิตเพื่อการส่งออก โดยล่าสุดอ่อนมาแตะที่ระดับ 35.75 บาท/เหรียญสหรัฐ อ่อนค่าลง 7.51% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งปัจจัยทั้งหมดนี้อาจทำให้ การส่งออกไตรมาส 1 ปีนี้มีปัญหา”

นายชัยชาญกล่าวว่า ภาคส่งออกยังมีความกังวลเรื่องต้นทุนภาคการผลิตที่ยังมีความไม่แน่นอน อาทิ ค่าแรงงานขั้นต่ำ ค่าไฟฟ้า ที่ไม่มั่นใจว่ารัฐบาลจะมีการต่ออายุมาตรการดูแลราคาหรือไม่, ค่าระวางเรือเส้นทางยุโรป ตะวันออกกลาง สหรัฐ ที่เริ่มปรับตัวสูงขึ้น รวมทั้ง อัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทยและหลายประเทศยังคงทรงตัวระดับสูง ดังนั้น สรท. ขอเสนอให้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) พิจารณาปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมสอดคล้องกับสถานการณ์เงินเฟ้อในปัจจุบัน รวมถึงกำกับดูแลเพื่อลดช่องว่าง (Spread) ของอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อเงินกู้และเงินฝากแบบเร่งด่วน เพื่อบรรเทาผลกระทบให้กับผู้ประกอบการโดยเฉพาะเอสเอ็มอีที่กำลังลำบาก

นายสุภาพ สุวรรณพิมลกุล รองประธาน สรท. กล่าวว่า ปัญหาวิกฤตโจมตีเรือสินค้าในทะเลแดงได้ส่งผลกระทบต่อผู้ส่งออกอย่างหนักทำให้ต้องขนส่งสินค้าอ้อมทะเลแดง ดันต้นทุนขนส่งเพิ่มขึ้น 4-5 เท่า การขนส่งก็ล่าช้ากว่าเดิม 3-4 สัปดาห์ ทำให้ผู้ส่งออกรับเงินค่าสินค้าช้าลง กว่าเดิม 1 เดือน ขณะที่อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ก็อยู่ในอัตราที่สูง ทำให้ผู้ประกอบการส่งออกที่เป็นเอสเอ็มอีเริ่มประสบปัญหาขาดแคลนเงินสดหมุนเวียนแล้ว ดังนั้นอยากให้รัฐบาลเข้ามาช่วยเหลือเร่งด่วนด้วยการสนับสนุนสินค้าซอฟต์โลนให้กับเอสเอ็มอีเป็นการเร่งด่วน เพื่อให้สามารถทำธุรกิจต่อไปได้

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน