นางจินดารัตน์ วิริยะทวีกุล ที่ปรึกษาด้านหนี้สาธารณะ สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) เปิดเผยว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างศึกษาความเป็นไปได้ในการออกพันธบัตรสกุลเงินตราต่างประเทศ (Foreign Currency Bond) ซึ่งจะต้องพิจารณาถึงความคุ้มค่า ต้นทุน ความเสี่ยง รวมถึงข้อกฎหมายต่างๆ ให้รอบด้าน เบื้องต้นในการศึกษาคาดว่าจะออกในวงเงินประมาณ 500-1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือไม่เกิน 4 หมื่นล้านบาท โดยในเดือนมี.ค. นี้ จะมีความชัดเจน เพื่อเสนอให้ รมว.คลัง พิจารณา
ทั้งนี้ การออกพันธบัตรสกุลเงินตราต่างประเทศสำหรับประเทศไทย ไม่ได้มีการออกมานานมากกว่า 20 ปี การที่นำกลับมาพิจารณาในช่วงนี้ เพราะเห็นว่าจะสามารถช่วยให้รัฐบาลเข้าถึงแหล่งเงินทุนที่กว้างขึ้น ลดโอกาสการเกิด Crowing out effect และทำหน้าที่เป็นอัตราอ้างอิง (Benchmark) ในการออกพันธบัตรสกุลเงินตราต่างประเทศให้กับภาคเอกชน ที่ปัจจุบันพบว่า จากการที่ไม่มีอัตราอ้างอิง ทำให้เกิดต้นทุนการระดมทุนที่แพงขึ้น
อย่างไรก็ดี การออกพันธบัตรดังกล่าวมีข้อเสียเช่นเดียวกัน คือ มีความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน และต้นทุนทางการกู้เงินของสกุลต่างประเทศอาจสูงกว่าการกู้จากตลาดในประเทศ โดยปัจจุบันไทยมีหนี้สาธารณะสกุลเงินตราต่างประเทศคงค้างที่ 1.4% ของหนี้สาธารณะคงค้างทั้งหมด โดยวงเงิน 4 หมื่นล้านบาทที่ออกไปก็ถือว่าน้อยมาก เมื่อเทียบกับการออกพันธบัตรภาครัฐที่ปีละราว 9 แสนล้านบาท
“ตอนนี้เราก็ตอบไม่ได้ว่าจะทำหรือไม่ทำ อยู่ระหว่างการศึกษาว่าจะออก ภายใต้เงื่อนไขว่า ต้องคุ้มค่า ดูทั้งข้อกฎหมายต่างๆ หากจะออกไป เรื่องนี้เป็นโจทย์ที่รัฐบาลให้ไปศึกษาความเป็นไปได้ คงต้องตอบให้เร็วที่สุด ประมาณไม่เกิน มี.ค. นี้ ต้องมีความชัดเจน”นางจินดารัตน์ กล่าว
ส่วนกระแสข่าวว่าการออกพันธบัตรสกุลเงินตราต่างประเทศดังกล่าวจะทำให้เกิดการโจมตีค่าเงินนั้น เป็นข่าวที่บิดเบือน เพราะปัจจุบัน ยืนยันว่า ยังไม่ได้ข้อสรุปว่าจะดำเนินการอย่างไร และที่สำคัญยังต้องพิจารณาถึงสกุลเงินที่ออกด้วยว่าจะเป็นสกุลเงินใด
ส่วนการปรับแผนการก่อหนี้ใหม่ ที่ปรับเพิ่มขึ้น 560,276.10 ล้านบาท จากเดิม 194,000 ล้านบาท หรือมาอยู่ที่ 754,000 ล้านบาท ยืนยันว่า ไม่ได้มีส่วนเพิ่มจากการดำเนินโครงการ Digital Wallet แน่นอน โดยวงเงินที่ปรับเพิ่มขึ้น 560,000 กว่าล้านบาทนั้น ประกอบด้วย 2 ส่วน คือ ประมาณ 10% เป็นงบลงทุนรัฐวิสาหกิจที่อยู่ในแผนงาน และอีก 90% เป็นของรัฐบาล ซึ่งเป็นส่วนที่ใช้สำหรับขาดดุลไปพลางก่อน โดยยืนยันว่า ทุกอย่างเป็นโครงการเก่าทั้งหมด และการปรับแผนจะดำเนินการทุกไตรมาสอยู่แล้ว
ด้านแผนการออกพันธบัตรรัฐบาลในปี 2567 มีกลยุทธ์ในการระดมทุนประมาณ 2 ล้านล้านบาท ซึ่งเร็วๆนี้ จะมีการออกพันธบัตรออมทรัพย์ (Saving Bond) 40,000 ล้านบาท จากเป้าหมายที่จะออกทั้งหมด 100,000 ล้านบาท คาดว่าจะมีอายุทั้ง 5 ปี และ 10 ปี โดยหลักๆ ออกมาเพื่อทดแทนพันธบัตรที่จะครบอายุ ขณะเดียวกันในปีนี้ยังคาดว่าจะ Sustainability-Linked Bond (SLB) หรือ หุ้นกู้ส่งเสริมความยั่งยืน ด้วย วงเงินประมาณ 25,000-30,000 ล้านบาท ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษา