นายกีรติ รัชโน ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงภาวะการค้าระหว่างประเทศของไทย ประจำเดือนม.ค. 2567 ว่า การส่งออกมีมูลค่า 22,649.9 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัวมากถึง 10% คิดเป็นมูลค่าการค้าในรูปเงินบาท 784,580 ล้านบาท ขณะที่การนำเข้า มีมูลค่า 25,407.8 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 2.6% คิดเป็นมูลค่าการค้าในรูปเงินบาท 890,687 ล้านบาท ส่งผลให้ไทยขาดดุลการค้า 2,757.9 ล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็นมูลค่าการค้าในรูปเงินบาท 106,107 ล้านบาท

“การส่งออกเดือนม.ค. ขยายตัวดีมากสูงสุดในรอบ 19 เดือน แสดงว่าโมนเมนตัมการค้าระหว่างประเทศเริ่มปรับตัวดีขึ้น ขณะที่ภาคการผลิตโลกมีแนวโน้มดีขึ้น และยังได้อานิสงส์ด้านราคาที่ปรับตัวสูงขึ้นตามความต้องการของตลาดโลก ยังมีความต้องการสินค้าเกษตรจากไทยในการสำรองอาหารของโลก รวมทั้งสินค้ากลุ่มอิเล็กทรอนิกส์กลับมาฟื้นตัว คาดว่าการส่งออกในช่วงไตรมาสแรกปีนี้จะยังคงขยายตัวเป็นบวกได้ต่อเนื่อง หากสงครามทะเลแดงไม่ขยายวง ส่วนเป้าส่งออกทั้งปีคาดว่าจะขยายตัว 1-2% มูลค่า 280,000-290,000 ล้านเหรียญสหรัฐ”

โดยการส่งออกสินค้าทั้ง 3 หมวดขยายตัวต่อเนื่อง ประกอบด้วย 1.สินค้าเกษตรกรรม กลับมาขยายตัว 14% สินค้าที่เติบโตดี ได้แก่ ข้าว ขยายตัว 46% ผลไม้สด แช่เย็น แช่แข็ง ขยายตัว 30.1% ผักสด แช่เย็นแช่แข็ง ขยายตัว 15.3% ยาง พารา ขยายตัว 5.5% ไก่สด แช่เย็นแช่แข็ง ขยายตัว 5% เป็นต้น
2.สินค้าอุตสาหกรรมเกษตร ขยายตัว 3.8% สินค้าที่ขยายตัวดี ได้แก่ผักกระป๋องแปรรูป ขยายตัว 33.1% สิ่งปรุงรสอาหาร ขยายตัว 23.3% ผลไม้กระป๋องแปรรูป ขยายตัว 23.3% เครื่องดื่ม ขยายตัว 18.6% อาหารสัตว์เลี้ยง 9.1% อาหารทะเลกระป๋อง ขยายตัว 5.2% เป็นต้น

3.สินค้าอุตสาหกรรม ขยายตัว 10.3% สินค้าที่ขยายตัวดี ได้แก่ เหล็กกล้า ขยายตัว 106.3% เครื่องโทรศัพท์ ขยายตัว 56.3% เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์ และส่วนประกอบ 32.2% อัญมณีและเครื่องประดับ 21.5% ผลิตภัณฑ์ยาง ขยายตัว 3.7% เป็นต้น

นายกีรติ กล่าวว่า ตลาดส่งออกสำคัญส่วนใหญ่ขยายตัว ตามอุปสงค์จากประเทศคู่ค้าที่ทยอยฟื้นตัว สอดคล้องกับแนวโน้มการฟื้นตัวของการค้าโลก และสัญญาณการปรับตัวดีขึ้นของการผลิตภาคอุตสาหกรรม โดยตลาดหลัก ขยายตัว 10.5% อาทิ สหรัฐอเมริกา ขยายตัว 13.7% จีน ขยายตัว 2.1% อาเซียน ขยายตัว 17.5% เป็นต้น ส่วนตลาดรอง ขยายตัว 8.8% อาทิ อินเดีย ขยายตัว 4% ตะวันออกกลาง 2.9% CIS 64.6% เป็นต้น และตลาดอื่นๆ ขยายตัว 11.2%

ทั้งนี้ เมื่อเปรียบเทียบการส่งออกของไทยกับประเทศในภูมิภาคพบว่าการส่งออกเริ่มกลับมาขยายตัวเป็นบวกมากขึ้น มีเพียง ญี่ปุ่น และ อินโดนีเซีย ที่การส่งออกยังคงขยายตัวติดลบ 0.2% และ 8.1% ตามลำดับ โดย ไทย ขยายตัวเป็นบวก 10% เวียดนาม ขยายตัว 42% ไต้หวัน ขยายตัว 18% เกาหลีใต้ ขยายตัว 18% เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าการส่งออกในปีนี้ยังมีปัจจัยเสี่ยงที่ต้องจับตาคือ ปัญหาค่าขนส่งสินค้าระหว่างประเทศปรับตัวสูงขึ้น จากกรณีสงครามทะเลแดง รวมทั้งการฟื้นตัวของความต้องการซื้อสินค้ายังมีความไม่แน่นอน และฟื้นตัวไม่พร้อมกันในแต่ละภูมิภาค

นายชัยชาญ เจริญสุข ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) กล่าวว่า การส่งออกของเริ่มคลี่คลายไปในทางที่ดี เนื่องจากอัตราค่าระวางเรือเริ่มปรับลดลงแล้ว เนื่องจากได้ผ่านพ้นช่วงที่จีนมีการเร่งรัดการส่งออกสินค้าในช่วงก่อนเทศกาลตรุษจีนไปแล้ว ทำให้ดีมานด์เรือขนส่งลดลง หากปัญหาความขัดแย้งในทะเลแดงไม่บานปลาย คาดว่า ภายใน 1-2 เดือนค่าระวางเรืออาจกลับเข้าสู่ภาวะปกติ

อย่างไรก็ตาม การส่งออกยังมีปัจจัยที่ท้าทาย โดยจะต้องจับตาดูภาคการผลิตหลังเทศกาลตรุษจีนว่าจะฟื้นตัวหรือไม่ รวมทั้งราคาน้ำมันในตลาดโลกที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นโดยล่าสุดราคาขึ้นมาแตะที่ 83 เหรียญสหรัฐ/บาเรล์แล้ว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน