นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า วันที่ 28 ก.พ.2567 มีกำหนดเดินทางไปติดตามผลการการประชุมรัฐมนตรีองค์การการค้าโลก สมัยสามัญ ครั้งที่ 13 (The WTO’s 13th Ministerial Conference : MC13) ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 25-29 ก.พ. 2567 ที่กรุงอาบูดาบี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) เพื่อติดตามประเด็นเจรจาที่สำคัญ พร้อมทั้งหารือผู้ประกอบการไทยที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ให้ปรับตัวกับกติกาการค้าใหม่ สร้างแต้มต่อทางการค้า

คาดว่ามีความคืบหน้าในประเด็นที่ไทยให้ความสำคัญ อาทิ การเจรจาภาคเกษตรและความมั่นคงทางอาหาร และการเจรจาเรื่องการอุดหนุนประมง เพราะเป็นเรื่องที่รัฐบาลให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก และจะหารือกับผู้ประกอบการไทยที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ แจ้งผลการประชุมและหารือร่วมกันถึงแนวทางในการปรับตัว เพื่อรองรับกฎเกณฑ์กติกาการค้าใหม่ ใช้ประโยชน์จากผลของการประชุมสร้างแต้มต่อทางการค้าให้ผู้ประกอบการไทยต่อไป

โดยการประชุมรัฐมนตรีองค์การการค้าโลก ครั้งที่ 13 หรือ MC13 เป็นการประชุม เพื่อหารือและร่วมกันกำหนดแนวทางรับมือกับความท้าทายต่างๆ คาดว่าจะมีการหารือในประเด็นสำคัญ เช่น 1.การ สรุปผลการเข้าเป็นสมาชิก WTO ของติมอร์เลสเตและสหภาพคอโมโรส 2.การเจรจาเพื่อปฏิรูปกระบวนการระงับข้อพิพาทและองค์กร WTO 3.การพิจารณาการขยายอายุยกเว้นการเก็บภาษีศุลกากรสำหรับการส่งผ่านทางอิเล็กทรอนิกส์เป็นการชั่วคราว

4.การหารือแนวทางการดำเนินการรองรับโควิดและโรคระบาดต่างๆ ในอนาคต 5.การหาแนวทาง เพื่อช่วยเหลือประเทศกำลังพัฒนาและพัฒนาน้อยที่สุด และ 6.การเพิ่มประเด็นเจรจาใหม่ๆ เพื่อให้กฎเกณฑ์ของ WTO ทันต่อโลกสมัยใหม่ เช่น การค้ากับสิ่งแวดล้อม นโยบายการพัฒนาภาคอุตสาหกรรม และการส่งเสริมการมีส่วนร่วมในภาคเศรษฐกิจการค้า

นอกจากนั้น คาดการณ์ว่าจะมีการออกผลลัพธ์การประชุมในรูปแบบปฏิญญารัฐมนตรีอาบูดาบี (Abu Dhabi Ministerial Declaration) ซึ่งเป็นการสรุปท่าทีร่วมกันของสมาชิก WTO ทั้งหมด 164 ประเทศ เพื่อตอบสนองต่อความท้าทายในโลกการค้าปัจจุบัน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน