นายวัฒนศักย์ เสือเอี่ยม อธิบดีกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ร่วมมือกับสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ กรมปศุสัตว์ ทำโครงการตัดวงจรลูกหมู เร่งลดจำนวนลูกหมูที่จะเข้าสู่ระบบการผลิต เพื่อแก้ปัญหาผลผลิตหมูเกินความต้องการ จนส่งผลกระทบต่อราคาที่เกษตรกรขายได้ เบื้องต้นจะตัดวงจรลูกหมูเฉลี่ยวันละ 8,000 ตัว เนื่องจากปัจจุบันสามารถผลิตลูกหมูได้เฉลี่ยวันละ 58,000 ตัว ขณะที่ความต้องการบริโภคอยู่ที่ วันละ 50,000 ตัว มีส่วนเกินวันละ 8,000 ตัว
นอกจากนี้ กรมยังทำหนังสือขอความร่วมมือไปยังห้างค้าส่งค้าปลีก ห้างสรรพสินค้า ให้งดการจัดโปรโมชันลดราคาสินค้าเนื้อสุกรในช่วงนี้ เพราะราคาถูกอยู่แล้ว และอาจจะเป็นการไปกดทับราคารับซื้อหมูจากเษตรกรให้ต่ำลงอีก โดยปัจจุบันเนื้อหมูชำและมีราคาเฉลี่ยกิโลกรัม 130 บาท ส่วนราคาหมูเป็นหน้าฟาร์มปัจจุบันอยู่ที่ก.ก.ละ 67-68 บาท ซึ่งเกษตรกรผู้เลี้ยง ยังคงขายได้ต่ำกว่าต้นทุนการผลิต ที่สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) ประเมินว่าอยู่ที่ก.ก.ละ 72 บาท รวมทั้งยังได้เร่งรณรงค์ให้ประชาชนบริโภคหมูเพื่อขึ้นเพื่อช่วยดูซับผลผลิตในตลาด
ร.ต.จักรา ยอดมณี รองอธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวว่า เพื่อดูแลลดต้นทุนการเลี้ยงให้กับเกษตรกรฟาร์มหมูกรมมีโครงการที่จะเชื่อมโยงวัตถุดิบอาหารสัวต์ราคาถูกให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยง เบื้องต้น กรมได้หารือกับสมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทย เพื่อติดตามสถานการณ์ราคา และสถานการณ์วัตถุดิบที่นำมาใช้ในการผลิตอาหารสัตว์อย่างใกล้ชิด พบว่าแนวโน้มราคาปรับตัวลดลงตามต้นทุนวัตถุดิบที่ลดลง โดยขณะนี้ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ อยู่ที่ก.ก.ละ 10.26 บาท ปีที่แล้วเฉลี่ยทั้งปี 12.67 บาท กากถั่วเหลือง เฉลี่ยเดือนม.ค.-ก.พ. 2567 ก.ก.ละ 13.92 บาท ปีที่แล้ว ก.ก.ละ 16.84 บาท ข้าวสาลี ก.ก.ละ 7.74 บาท ปีที่แล้ว ก.ก.ละ 8.23 บาท ปลาป่น ก.ก.ละ 32 บาท ปีที่แล้ว ก.ก.ละ 36.61 บาท
“กรมกำลังติดตามสถานการณ์ราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ใกล้ชิด หากลดลงต่อเนื่อง ก็จะขอให้ผู้ผลิตปรับลดราคาอาหารสัตว์ลง ซึ่งขณะนี้พบว่า ข้าวโพดมีราคาทรงตัว ข้าวสาลีลดลง กากถั่วเหลือง ลดลง และจะลดลงอีก เพราะอาร์เจนตินา เพิ่มพื้นที่เพาะปลูก ส่วนปลาป่น ทรงตัวสูง โดยภาพราคาราคาอาหารสัตว์ปีนี้ถูกกว่าปีก่อน”ร.ต.จักรากล่าว