นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ไตรมาสแรกของปี 2567 เศรษฐกิจไทยเริ่มฟื้นตัวต่อเนื่อง สะท้อนผ่านตัวเลขการจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจใหม่ไตรมาสแรกของปี 2567 จำนวน 25,003 ราย ลดลง 1,179 ราย หรือ 4.50% เมื่อเปรียบเทียบไตรมาสแรกของปี 2566 โดยมี ทุนจดทะเบียนรวม 67,940.55 ล้านบาท ลดลง 271,645.88 ล้านบาท หรือ 79.99%

“อย่าเพิ่งตกใจกับตัวเลขจัดตั้งธุรกิจ ที่ปรับลดลงทั้งจำนวนราย และทุนจดทะเบียน เพราะเป็นการลดลง เนื่องจากไตรมาสแรกปีก่อน มีการจดทะเบียนร่วมทุน ระหว่าง บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กับ บมจ.โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) และการจดทะเบียนของ คือ บมจ.บิ๊กซี รีเทล คอร์ปอเรชั่น ซึ่ง 2 รายมีทุนจดทะเบียน รวมกันสูงถึง 262,643.43 ล้านบาททำให้ฐานตั้งธุรกิจสูงผิดปกติ ซึ่งหากไม่รวมทุนจดทะเบียนของ 2 ธุรกิจข้างต้น ทุนจดทะเบียนของไตรมาส 1/2566 จะอยู่ที่ 25,885 ล้านบาท ซึ่งใกล้เคียงกับทุนจดทะเบียน ไตรมาส 1/2567 ที่มีทุนจดทะเบียนอยู่ที่ 22,146.14 ล้านบาท ซึ่งยังถือว่าเป็นตัวเลขที่สูงอยู่ เมื่อเทียบกับรอบ 10 ปีที่ผ่านมา”

ธุรกิจที่จดทะเบียนจัดตั้งสูงสุด 3 อันดับแรกคือ ก่อสร้างอาคารทั่วไป 1,957 ราย ทุน 4,193.26 ล้านบาท, อสังหาริมทรัพย์ 1,907 ราย ทุน 8,093.65 ล้านบาท และภัตตาคาร/รานอาหาร 1,093 ราย ทุน 2,302.26 ล้านบาท

สำหรับธุรกิจเลิกประกอบธุรกิจในช่วงไตรมาสแรกปี 2567 มี จำนวน 2,809 ราย ลดลง 459 ราย หรือลดลง 14.05% โดยมี ทุนจดทะเบียนเลิก 11,943.57 ล้านบาท ลดลง 17,949.05 ล้านบาท หรือลดลง 60.05% เมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาสแรกของปี 2566 ทำให้ ณ วันที่ 31 มี.ค. ไทยมีการจดทะเบียนธุรกิจรวม 1,902,239 ราย ทุนจดทะเบียน 29.83 ล้านล้านบาท ทั้งนี้ คาดว่าในช่วงครึ่งปีแรกการจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจยังมีทิศทางบวก อยู่ที่ 46,000-50,000 ราย

นางอรมน กล่าวว่า ธุรกิจความเชื่อความศรัทธา หรือธุรกิจสายมู ถือเป็นธุรกิจดาวเด่นในช่วงไตรมาสแรกของปี 2567 และเติบโตอย่างมากในช่วง 5 ปีที่ผ่านม าทั้งตลาดออนไลน์ และออฟไลน์ โดยมีการจัดแคมเปญ ผ่านอินฟลูเอ็นเซอร์ด้านศาสตร์ความเชื่อ อาทิ ธุรกิจบริการ วอลเปเปอร์หน้าจอโทรศัพท์มือถือ ที่มีรูปสิ่งศักดิ์สิทธิ์, ธุรกิจเครื่องแต่งกาย กระเป๋า ผ้าปูที่นอนสีมงคล, ธุรกิจเครื่องประดับและหินมงคล, ธุรกิจเครื่องสำอาง ปลุกเสกทองคำ รวมทั้งธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ คอนโดมิเนียม ที่ออกแบบให้ตรงตามหลักฮวงจุ้ย

ในช่วงปี 2562-2566 ธุรกิจสายมูมีอัตราการจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ปี 2562 จดทะเบียนจัดตั้ง 11 ราย ทุนจดทะเบียน 15.4 ล้านบาท ปี 2563 จัดตั้ง 11 ราย ทุน 7.59 ล้านบาท ปี 2564 จัดตั้ง 20 ราย เพิ่มขึ้น 81.81% ทุน 13.41 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 76.70% ปี 2565 จัดตั้ง 24 ราย เพิ่มขึ้น 20.00% ทุน 27.45 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 104.70% และ ปี 2566 จัดตั้ง 33 ราย เพิ่มขึ้น 37.50% ทุน 26.88 ล้านบาท ลดลง 2.08% ขณะที่ไตรมาสแรกปี2567 จัดตั้ง 12 ราย ทุน 7.51 ล้านบาท

ส่วนผลประกอบดีต่อเนื่อง รายได้รวมปี 2563 อยู่ที่ 28.76 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.43% สินทรัพย์ 47.31 ล้านบาท ลดลง 4.50% กำไร 1.52 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 35.71% ,ปี 2564 รายได้รวม 61.28 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 113.07% สินทรัพย์ 71.07 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 50.23% ขาดทุน 1.86 ล้านบาท 222.37% และ ปี 2565 รายได้รวม 148.99 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 143.13% สินทรัพย์ 103.32 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 45.38% ขาดทุน 1.7 แสนบาท ลดลง 90.86% โดยปัจจุบัน ณ วันที่ 31 มี.ค. 2567 ไทยมีธุรกิจสายมู ที่ดำเนินกิจการอยู่ 134 ราย ทุนจดทะเบียนรวม 135.89 ล้านบาท โดยเป็นธุรกิจขนาดเล็ก ทั้งหมด

“หลายจังหวัดใช้กระแสความเชื่อความศรัทธาเป็นไฮไลต์ดึงรายได้เข้าท้องถิ่น ด้วยการจัดการท่องเที่ยว ‘เชิงศรัทธา’ ได้รับความนิยมอย่างมาก ทั้งชาวไทยและต่างชาติ ทำให้รายได้กระจายรายได้สู่ธุรกิจอื่นๆ อาทิโรงแรม ร้านอาหาร ร้านขายสินค้าชุมช่วย คาดว่าธุรกิจสายมูจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้ปีละ 1.5 หมื่นล้านบาท”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน