นายวีรพัฒน์ เกียรติเฟื่องฟู ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) เปิดเผยในงานเสวนา “ค่าไฟฟ้าที่เป็นธรรม ต้องทำอย่างไร” ที่จัดโดยวิทยาการพลังงานสำหรับนักบริหารรุ่นใหม่ (วพม.) รุ่น 2 ว่า สนพ. อยู่ระหว่างจัดทำร่างแผนพลังงานชาติ ฉบับใหม่ ประกอบด้วย 5 แผนสำคัญ ได้แก่ 1.แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย (PDP) 2.แผนพัฒนาพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก (AEDP) 3.แผนอนุรักษ์พลังงาน (EEP) 4.แผนบริหารจัดการก๊าซธรรมชาติ (Gas Plan) และ 5.แผนบริหารจัดการน้ำมันเชื้อเพลิง (Oil Plan) คาดว่าทั้ง 5 แผน จะสามารถเปิดรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้เสียในช่วงต้นเดือนพ.ค. 2567 นี้

ทั้งนี้ หลังจากรับฟังความคิดเห็นแล้วจะนำไปประกอบเข้าสู่แผนพลังงานชาติ ก่อนนำเสนอที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) พิจารณา เพื่อนำเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติต่อไป

สำหรับร่างแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย (PDP) ฉบับใหม่ เน้นการเพิ่มสัดส่วนผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนมากกว่า 50% เพื่อให้ไทยบรรลุการปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2593 และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ ภายในปี 2608 ที่สำคัญจะพยายามรักษาอัตราค่าไฟฟ้าเฉลี่ยตลอดแผน 20 ปี ให้อยู่ในระดับใกล้เคียงกับ อัตราค่าไฟฟ้าในปัจจุบัน หรือประมาณกว่า 4 บาทต่อหน่วย

โดยสัดส่วนเชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้าในแผน PDP ฉบับใหม่ จะพึ่งพาพลังงานหมุนเวียนสูงกว่า 50% ก๊าซธรรมชาติประมาณ 30-40% ไฮโดรเจน 5-20% เป็นต้น ซึ่งในส่วนของไฮโดรเจน คาดว่าจะเข้าสู่ระบบไฟฟ้าได้มากขึ้นตั้งแต่ช่วงปี 2578 เป็นต้นไป เนื่องจากเป็นช่วงที่จะมีความคุ้มค่าในเชิงพาณิชย์
ด้านนายคมกฤช ตันตระวาณิชย์ เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) กล่าวว่า ราคาค่าไฟฟ้าในแต่ละประเทศมีความแตกต่างกันตามนโยบายการบริหารค่าไฟฟ้าของรัฐบาล ซึ่งในส่วนของประเทศไทยนั้น ทางภาครัฐและ กกพ. พยายามบริหารค่าไฟฟ้าให้เป็นธรรมและไม่ให้ปรับสูงเกินไปจนกระทบต่อประชาชน

“ค่าไฟฟ้าปัจจุบันยังคงตรึงไว้ที่ 14.18 บาทต่อหน่วย แต่ประชาชนอาจจะรู้สึกว่าค่าไฟฟ้าแพงขึ้น เนื่องจากสภาพอากาศร้อนจัดทำให้เครื่องใช้ไฟฟ้าทำงานหนักขึ้น และคาดว่าช่วงฤดูร้อนนี้ยอดการใช้ไฟฟ้าสูงสุด (พีก) ของประเทศไทยอาจจะพุ่งทะลุ 36,000 เมกะวัตต์ได้ จากเมื่อวันที่ 22 เม.ย. 2567 พีคไฟฟ้าของ 3 การไฟฟ้าขึ้นไปถึง 35,830 เมกะวัตต์”

นายวุฒิกร สติฐิต ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจปิโตรเลียมขั้นต้นและก๊าซธรรมชาติ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ PTT กล่าวว่า ปตท.คาดการณ์ว่า ความต้องการใช้ไฟฟ้าของประเทศไทยในอนาคตจะเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ขณะที่ผู้ผลิตไฟฟ้าก็มีหลากหลายรูปแบบมากขึ้น ปตท.จึงมองว่าควรมีการกำหนดอัตราค่าไฟฟ้าให้มีความเป็นธรรม โดย 1.การใช้ไฟฟ้าต้องสะท้อนต้นทุนแท้จริงและไม่ทำให้ระบบเกิดการบิดเบือน 2.ให้ความรู้ประชาชนผู้ใช้ไฟฟ้าเรื่องการประหยัดไฟฟ้า 3.นำเทคโนโลยีประหยัดไฟฟ้าเข้ามาใช้ และ 4.เปิดเสรีไฟฟ้า เพื่อเปิดทางเลือกใหม่ให้กับผู้ใช้ไฟฟ้า

ขณะเดียวกันก็ต้องปรับโครงสร้างพื้นฐานให้รองรับการผลิตและการใช้ไฟฟ้าในรูปแบบใหม่ รวมถึงในอนาคตโครงสร้างค่าไฟฟ้าของไทยจะยังเป็นรูปแบบโครงสร้างอัตราค่าไฟฟ้าที่คิดตามช่วงเวลาการใช้งาน (TOU) หรือไม่ และหากยกเลิกจะต้องมีระยะเวลาเพื่อให้ผู้ใช้ไฟฟ้าได้เตรียมปรับตัวด้วย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน