นายวัฒนศักย์ เสือเอี่ยม อธิบดีกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาผักสดมีราคาแพง ว่า นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ สั่งการให้แก้ปัญหาเพื่อเร่งลดภาระค่าครองชีพให้แก่ประชาชน ผู้บริโภค และผู้ประกอบการร้านอาหาร เบื้องต้นกรม จัดโครงการเชื่อมโยงผักราคาถูกจากแหล่งผลิตเข้าไปจำหน่ายให้กับประชาชนในพื้นที่

โดยในส่วนของพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑล จะมีการนำผัก 10 รายการสำคัญไปจำหน่ายในราคาขายส่งลดราคาสูงสุด 30% ผ่านรถโมบายธงฟ้า ประกอบด้วย 1.ผักคะน้า จำหน่ายก.ก.ละ 30 บาท ถั่วฝักยาว ก.ก.ละ 70 บาท กะหล่ำปลี ก.ก.ละ 20 บาท ผักกาดขาวก.ก.ละ 20 บาท ผักชี ก.ก.ละ 180 บาท ผักบุ้งจีน ก.ก.ละ 15 บาท แตงกวา ก.ก.ละ 25 บาท มะระ ก.ก.ละ 45 บาท พริกขี้หนูจินดา ก.ก.ละ 55 บาท และมะนาวเบอร์ 3-4 ลูกละ 4 บาท

สำหรับในส่วนภูมิภาคจะมีการเชื่อมโยงผักสดไปจำหน่ายในราคาขายส่ง ปริมาณไม่น้อยกว่า 1 พันกิโลกรัม ในพื้นที่ 10 จังหวัดที่พบว่ามีปัญหาราคาผักผันผวน คือ กำแพงเพชร สุโขทัย ฉะเชิงเทรา อ่างทอง ภูเก็ต นราธิวาส นครราชสีมา บึงกาฬ บุรีรัมย์ และ นครพนม โดยมอบหมายให้ค้าภายในจังหวัดประสานเปิดจุดหน่ายผักราคาถูกในแต่ละพื้นที่ ซึ่งอาจจะใช้พื้นที่ที่ประชาชนเดินทางผ่านได้สะดวก เช่น ศาลากลางจังหวัด เป็นต้น

“ยอมรับว่าอาการที่ร้อนจัดในช่วงนี้ทำให้ผลผลิตผักเสียหายส่งผลกระทบทำให้ราคาปรับสูงขึ้น หากพื้นที่ไหนมีผักราคาแพงเกินจำเป็นกรมจะทำการเชื่อมโยงตลาดนำผักราคาถูกเข้าไปขาย เพื่อเป็นการเพิ่มทางเลือกให้กับประชาชน โดยจะเริ่มทยอยเปิดจุดขายไปเรื่อยๆ ทั้งนี้ กรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่าอากาศจะร้อนขึ้น 1-2 หรือ 2-3 องศา ซึ่งอาจทำให้ผักมีราคาสูงอีกระยะหนึ่ง คาดว่า ในพ.ค. นี้ ผลผลิตผักจะออกสู่ตลาดมากขึ้น และอาจะทำให้ราคาผักคลี่คลาย”

นายวัฒนศักย์ กล่าวถึงสถานการณ์ราคาไข่ไก่ และเนื้อหมูที่ปรับขึ้นต่อเนื่อง ว่า กรมได้หารือร่วมกับ สมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ และ สมาคมผู้เลี้ยงไก่ไข่ ถึงภาวะราคาที่ปรับเพิ่มขึ้นนั้นถือว่าปรับขึ้นไม่มาก และทำให้ฟาร์มหมู และไก่ไข่ สามารถดำเนินธุรกิจต่อและมีกำลังใจที่จะเลี้ยงต่อไปได้

อย่างไรก็ตาม จากปัญหาสภาพอาการร้อนจัดทำให้ไก่ไม่กินอาหารผลิตไข่ฟองเล็กลง ทำให้สัดส่วนไข่เบอร์ 3 4 และ 5 ซึ่งเป็นขนาดเล็กเพิ่มขึ้นเป็น 50% ดังนั้นกรมจะช่วยบรรเทาปัญหาให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ไข่โดยประสานนำไข่ไก่เบอร์เล็กไปกระจายขายในพื้นที่ต่างๆ ภายใต้โครงการธงฟ้า
ส่วนเนื้อหมูปัจจุบันยังพบว่าปริมาณผลิตยังเกินความต้องการของตลาดประมาณ 1 หมื่นตัว/วัน ขณะที่ราคาที่จำหน่ายได้ยังไม่คุ้มกับต้นทุนการเลี้ยง กรมจึงจะเข้าไปช่วยเหลือกระจายเนื้อหมูออกสู่ตลาดผ่านโครงการธงฟ้าด้วย

น.สพ.เกียรติภูมิ พฤกษะวัน เลขาธิการสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ เปิดเผยว่า ผู้เลี้ยงหมูยังขาดทุนจากการเลี้ยงต่อเนื่องโดยปี 2566 ฟาร์มเลี้ยงหมูขาดทุนรวมกว่า 2 หมื่นล้านบาท ทำให้ฟาร์มหมูเจ๊งไปจำนวนมาก เหลือเพียง 6-7 หมื่นราย จากเดิมที่มีอยู่ราว 2 แสนราย โดยฟาร์มที่เลี้ยงหมูครบวงจรพบว่ามีต้นทุนการเลี้ยงอยู่ที่ 79.05 บาท/ก.ก. ขณะที่ขายได้ราคาเฉลี่ยเพียง 58.75 บาท/ก.ก. และในเดือนเม.ย. ราคาเริ่มขยับดีขึ้นมาอยู่ที่ 66 บาท/ก.ก. ขณะนี้ตอบไม่ได้ว่าราคาหมูจะปรับเพิ่มขึ้นอีกกี่ครั้ง และจะเข้าสู่ราคาที่สมดุลเมื่อไหร่

นายมาโนช ชูทับทิม นายกสมาคมผู้เลี้ยงไก่ไข่ กล่าวว่า ผู้เลี้ยงไก่ไข่ยังประสบปัญหาขาดทุนอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากราคาไข่ไก่ได้ปรับลดลงอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ช่วงเทศกาลกินเจในเดือนต.ค. 2566 ที่ผ่านมา จากฟองละ 4 บาท เหลือ 3.40 บาท รวมทั้งขณะนี้เจอกับปัญหาอากาศร้อนทำให้ไข่ใบเล็กลง และปัญหาภัยแล้งทำให้หลายฟาร์มต้องเริ่มซื้อน้ำมาใช้ในเลี้ยงไก่ในฟาร์ม หากราคาไข่ไก่มีการขยับขึ้นบ้างก็ขอให้เห็นใจเกษตรกรผู้เลี้ยงบ้าง ช่วยกันประกันให้ราคาไข่ไม่ลดลงบ้าง

เพราะเกษตรผู้เลี้ยงไก่ไข่โดยเฉพาะรายย่อยขาดทุนหนักตนต้องเลิกเลี้ยงไปแล้วจำนวนมาก จากเดิมหลักแสนราย แต่ขณะนี้เหลือเพียงหลักหมื่นรายเท่านั้น ส่วนราคาไข่จะปรับเพิ่มขึ้นไปถึงเมื่อไหร่ยังตอบไม่ได้

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน