เมื่อวันที่ 8 พ.ค. ที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา (กก.) นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา เดินทางเข้ากระทรวงฯอย่างเป็นทางการ เมื่อถึงกระทรวงฯก็เดินทางไปศักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวงและในห้องทำงาน ก่อนที่จะให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนก่อนให้นโยบายแก่ กก.
นายเสริมศักดิ์ กล่าวว่า พร้อมขับเคลื่อนเป้าหมายสร้างรายได้รวมการท่องเที่ยว 3.5 ล้านล้านบาทในปี 2567 ดึงนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก ซึ่งเป็นการบ้านจากนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ที่ให้ไว้ ถือเป็นนโยบายเร่งด่วนที่สุดและต้องทำให้ได้ สอดรับกับที่นายกฯ ระบุไว้ว่าประเทศไทยจะไม่หลับใหล หลังภาคการท่องเที่ยวเพิ่งผ่านช่วงไฮซีซันไป และเข้าสู่โลว์ซีซันในไตรมาส 2-3 ซึ่งเต็มไปด้วยความท้าทาย
ก่อนเข้าสู่ช่วงไฮซีซันไตรมาส 4 ซึ่งเดือนต.ค. มีเทศกาลหยุดยาววันชาติจีน และนักท่องเที่ยวยุโรปหนีหนาวเข้ามาพำนักในไทย ซึ่งเป็นจุดหมายปลายทางที่มีชื่อเสียงระดับโลก ด้วยจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติมากเป็นอันดับ 8 ของโลกเมื่อปี 2562 ก่อนยุคโควิด-19 ระบาด จากฐานประชากรของไทยที่มีมากอันดับ 50 ของโลก

ได้หารือกับผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่หน่วยงานในสังกัดกระทรวงการท่องเที่ยวฯ ร่วมกันส่งเสริมการท่องเที่ยวเพื่อต่อยอดรายได้ให้ถึงเป้าหมาย โดยจะวิเคราะห์แผนยุทธศาสตร์ให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น เพราะรัฐบาลจะมีการประเมินผลงานกระทรวงท่องเที่ยวฯ ทุก 3 เดือน ทำให้กระทรวงฯ ต้องประเมินอย่างเข้มข้นในทุกๆ เดือน
“ไม่ได้รู้สึกกดดันแต่อย่างใดหลังเข้ารับตำแหน่งรมว.การท่องเที่ยวฯ เพราะถือเป็นโอกาสที่จะได้โชว์ผลงาน ผมพร้อมสานต่อนโยบาย Ignite Tourism Thailand ตามที่น.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจ รมว.วัฒนธรรม ได้แถลงวิสัยทัศน์ดังกล่าวไว้เมื่อต้นเดือนเม.ย. ทั้งนี้ ได้พกความตั้งใจในการทำงานอย่างเต็มที่ เต็มความสามารถ และมองว่าจะไม่สามารถผลักดันเป้าหมายด้านการท่องเที่ยวได้เลย ถ้าไม่ได้รับความร่วมมือร่วมใจจากภาคเอกชนและอื่นๆ”
นายเสริมศักดิ์ กล่าวว่า รัฐบาลประเมินผลงานรัฐมนตรีทุก 3 เดือน ผมก็ต้องตรวจผลงานภายในกระทรวงการท่องเที่ยวฯ เข้มข้นทุกเดือน ประเมินผลงานของตัวเองตลอดต่อเนื่อง โดยมั่นใจว่าข้าราชการกระทรวงการท่องเที่ยวฯ ตั้งใจทำงาน แต่จะทำอย่างไรให้ทีมแข็งแกร่งขึ้น ไม่มีคนแตกแถว สร้างพลัง นี่คือวิธีทำงาน
ขณะเดียวกันก็ต้องมีตัวชี้วัด โดยตนอาจจะมีความได้เปรียบตรงที่เคยดำรงตำแหน่งในกระทรวงมหาดไทย ตนก็จะขอความร่วมมือจากผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ และผู้บริหารท้องถิ่นในแต่ละพื้นที่ ส่งเสริม ติดตาม สนับสนุนการทำงานที่เป็นรูปธรรมมากขึ้น
นอกจากนี้ ก็จะเชื่อมโยงเครือข่ายการทำงานของกระทรวงการท่องเที่ยวฯ ผนึกกันให้แน่นขึ้น ตนพร้อมจะเติมเต็มทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ให้ได้แสดงฝีมือ นี่คือพลังที่ยิ่งใหญ่ สำหรับตลาดไทยเที่ยวไทย มีความเป็นไปได้ที่กระทรวงการท่องเที่ยวฯ จะออกมาตรการกระตุ้นท่องเที่ยวในประเทศเพิ่มเติมช่วงโลว์ซีซัน ให้สอดรับกับการแก้ปัญหาเศรษฐกิจในประเทศซึ่งส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อคนไทย ซึ่งเป็นจุดที่รัฐบาลกำลังเร่งแก้ไข โดยอาศัยจุดแข็งด้านซอฟต์พาวเวอร์ เช่น อาหาร และอื่นๆ พร้อมต่อยอดการทำงานจากเคยดำรงตำแหน่ง รมว.กระทรวงวัฒนธรรม พร้อมโปรโมตการท่องเที่ยวชุมชน เพื่อสนับสนุนสินค้าชุมชน ให้ประชาชนมีรายได้ตลอดปี
“ในยุคของผมจะเน้นการผลักดันเมืองรองให้เป็นเมืองน่าเที่ยว เพื่อเปิดพื้นที่ต่างๆ ให้มีการท่องเที่ยวมากขึ้น สร้างรายได้ให้กับชุมชนมากขึ้น เพื่อรายได้จากการท่องเที่ยวจะได้กระจายไปในชุมชน และในยุคผมต้องทำงานละเอียดมากขึ้น”