นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า เปิดเผยถึงผลการประชุมใหญ่หอการค้า 5 ภาค ระหว่างวันที่ 11-13 พ.ค. ณ โรงแรมโกลเด้นทิวลิป ซอฟเฟอริน กรุงเทพฯ ว่า ที่ประชุมได้ระดมความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ และทบทวนแผนงานเศรษฐกิจภาคเอกชนจากของหอการค้าจังหวัดทั่วประเทศ เพื่อใช้เป็นแนวทางในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในแต่ละพื้นที่ โดยมีมติจัดทำเป็นแผนการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจ 5 ภาคดังนี้
ภาคกลางจะเน้นพัฒนาธุรกิจสำคัญ 3 ด้าน คือส่งเสริมให้เป็นศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติและศูนย์การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ 2.ยกระดับอุตสาหกรรมทุกมิติ เชื่อมโยงกับ Food Valley และ Innovation Hub และ 3.ศูนย์กลางโลจิสติกส์เชื่อมโยงภูมิภาคต่างๆ, ภาคเหนือ เร่งพัฒนาพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคเหนือ (NEC-Creative LANNA) ด้วยแนวคิด BCG Economy ผลักดันกฏหมาย ปลดล็อกพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมสีเขียวและศูนย์กลางโลจิสติกส์ และโครงการสนามบินพิษณุโลกสู่สนามบินนานาชาติเชื่อมโยงการท่องเที่ยวสู่ภูมิภาคอื่นๆ
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ยกระดับให้เป็นดินแดนแห่งการเชื่อมโยงและรุ่งเรืองในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง หรือ GMS ผ่าน 4 แผนยุทธศาสตร์ คือ 1.การค้าและท่องเที่ยว Trade & Travel โดยเร่งรัดการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่ชายแดนติดกับ สปป. ลาว
2.เกษตรและอาหาร Agriculture & Food ส่งเสริมการขยายผลโครงการเลี้ยงโคเนื้อคุณภาพสูงนำร่อง 8 จังหวัดอีสานกลาง-ล่าง 3.ท่องเที่ยวและธุรกิจบริการ Travel & Service ชูการท่องเที่ยวสาย มูภาคอีสาน เป็น Soft Power ของประเทศ เตรียมความพร้อมในการจัดงานมหกรรมพืชสวนโลกที่ จ.อุดรธานี ในปี 2569 4 เร่งรัดแผนบริหารจัดการแหล่งน้ำ “โขง-เลย-ชี-มูล” แก้ปัญหาน้ำท่วม-น้ำแล้งซ้ำซาก
ส่วนภาคตะวันออก จะเร่งรัดโครงการโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ในพื้นที่ EEC ทั้งโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินภายในปี 2571 โครงการท่าเรือแหลมฉบังระยะที่ 3 ภายในปี 2571 โครงการสนามบินนานาชาติอู่ตะเภาภายในปี 2571 และโครงการท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุดระยะที่ 3 ภายในปี 2570 รวมทั้งผลักดันการขยายพื้นที่เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC+2) โดยเสนอให้เพิ่ม จ.ปราจีนบุรี เป็นอีกหนึ่งจังหวัดใน EEC หลังจากที่ประกาศให้ จ.จันทบุรี (EEC+1) และตั้งคณะทำงานพัฒนาระบบการศึกษาและหลักสูตรการศึกษาอย่างเร่งด่วน เพื่อผลิตและพัฒนาทักษะกำลังคนให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด เป็นต้น
และภาคใต้ เร่งขับเคลื่อน 4 เรื่องคือ 1.ผลักดันการพัฒนาท่าเรือน้ำลึกฝั่งทะเลอันดามัน บริเวณอ่าวอ่าง ต.ราชกรูด อ.เมืองระนอง จ.ระนอง ให้เป็นท่าเรือสินค้าคอนเทนเนอร์ ขนส่งสินค้าเส้นทางเดินเรือในกลุ่มประเทศเอเชียใต้ 2.สร้างศูนย์ประชุมนานาชาติอันดามัน จ.ภูเก็ต ให้เป็นศูนย์กลางแสดงสินค้า เจรจา แลกเปลี่ยนธุรกิจการค้าการลงทุน 3.พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานอุตสาหกรรมท่องเที่ยวฝั่งอ่าวไทย เพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวเรือสำราญภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย จ.สุราษฎร์ธานี และ จ.สงขลา 4. พัฒนาการเชื่อมโยงโลจิสติกส์กลุ่มจังหวัดภาคใต้ชายแดน รองรับการเป็นศูนย์กลางสินค้าฮาลาลสู่ตลาดโลกที่เป็นการค้าชายแดนและการค้าข้ามแดนเชื่อมโยงกับประเทศมาเลเซีย
นอกจากนี้ หอการค้าฯ ต้องการให้รัฐบาลเร่งรัดกับรัฐบาลขับเคลื่อนโครงการยกระดับ 10 จังหวัดสู่เมืองหลัก ได้แก่ แพร่ ลำปาง นครสวรรค์ นครพนม ศรีสะเกษ ราชบุรี กาญจนบุรี จันทบุรี นครศรีธรรมราช และตรัง เชื่อว่าจะช่วยให้เกิดการสร้างโอกาสและขยายความเจริญไปยังจังหวัดใหม่ที่มีศักยภาพ ทั้งการท่องเที่ยว การค้า การค้าชายแดน รวมถึงพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ