นายสุชาติ ชมกลิ่น รมช.พาณิชย์ เปิดเผยภายหลังมอบนโยบายในการทำงานให้แก่คณะผู้บริหารสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) ว่า สั่งการให้เร่งผลักดันการขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงพาณิชย์ เจาะลึกการศึกษาและจัดทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบายเชิงรุกด้านเศรษฐกิจการค้าที่มุ่งเพิ่มมูลค่าและขยายตลาดส่งออก รวมทั้งวิเคราะห์ผลกระทบทางการค้าใหม่ๆ ทั้งความเสี่ยงและโอกาส เพื่อเป็นข้อมูลสำหรับเตรียมพร้อมรับมือกับผลกระทบ ปรับตัวเพื่อแสวงหาโอกาส ตลอดจนยกระดับการบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานภายนอกเพื่อช่วยแก้ไขปัญหาปากท้องของประชาชน
โดยเน้นนโยบายสำคัญ 5 ด้าน คือ 1.ยึดแนวทางปฎิบัติงานตามนโยบายของรัฐบาล และช่วยสนับสนุนการทำงานของหน่วยงานปฏิบัติอื่นๆ ทั้งภายในและภายนอกกระทรวงพาณิชย์ รวมถึงภาคเอกชน เพื่อให้การขับเคลื่อนนโยบายด้านเศรษฐกิจการค้าบรรลุผลสำเร็จ สามารถแก้ปัญหาความเดือดร้อนและสร้างประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม
2.วิเคราะห์แนวทางการผลักดันการส่งออก สินค้าระดับรองสู่การส่งออกที่เพิ่มขึ้นเช่น สินค้าเกษตร ยังมีศักยภาพในการส่งออกกาแฟ กล้วยไม้ สารสกัดจากสมุนไพร ฯลฯ สินค้าอุตสาหกรรมเกษตร ยังมีศักยภาพที่จะส่งเสริมผลิตภัณฑ์จากข้าว ผักผลไม้กระป๋อง ผักผลไม้ แปรรูป น้ำผลไม้/น้ำผัก ไอศกรีม คราฟต์ช็อกโกแล็ต ฯลฯ รวมทั้ง รวมทั้งส่งเสริมการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมของคนไทย ให้มากขึ้น เช่น เครื่องประดับ เครื่องนุ่งห่ม เครื่องหนัง เครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์ บำรุงผิว เครื่องใช้ในครัวเรือน ของตกแต่ง ฯลฯ“สั่งให้ สนค. ศึกษาแนวทาง หรือกลยุทธ์การผลักดันสินค้าระดับรอง เพื่อทำให้การส่งออกยังสามารถเป็นฟันเฟืองสำคัญที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เติบโตได้ต่อไป”
3.ศึกษาและวิเคราะห์เพื่อจัดทำข้อเสนอเชิงรุก รวมทั้งศึกษาผลกระทบต่างๆ ให้สอดคล้องและเท่าทันสถานการณ์ปัจจุบันและเป็นประเด็นที่อยู่ในความสนใจของภาคธุรกิจและประชาชนเพื่อสร้างและขยายโอกาสทางการค้า และพร้อมรับมือความเสี่ยงจากผลกระทบได้อย่างทันท่วงที
4.เสริมแกร่ง “SMEs-เกษตรกร” เฟ้นหาตัวจริงดันส่งออก และใช้นวัตกรรมภาคเกษตร เพื่อกระจายรายได้และความเจริญทางเศรษฐกิจ ต้องสนับสนุน SMEs ให้มีบทบาทในการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจของประเทศเพิ่มขึ้น โดยให้ สนค. ศึกษาแนวทางการส่งเสริม SMEs ท้องถิ่นในระดับจังหวัดและชุมชน เพื่อพัฒนาให้สามารถส่งออกได้มากขึ้น โดยอาจใช้กลไกพาณิชย์จังหวัดร่วมมือกับหน่วยงานระดับพื้นที่ เฟ้นหา SMEs ตัวจริง เพื่อจับคู่ธุรกิจแบบตัวต่อตัว (B2B) กับคู่ค้าและผู้นำเข้าที่มีศักยภาพผลักดันการส่งออกสินค้าชุมชน สินค้าอัตลักษณ์ท้องถิ่น และสินค้า GI สู่ตลาดต่างประเทศเพิ่มขึ้น
นอกจากนี้ ขอให้ศึกษาแนวทางการสร้างและพัฒนานวัตกรรม (Innovation) ด้านการเกษตร ที่ช่วยลดต้นทุนและเพิ่มผลผลิตต่อไร่ รวมถึงเครื่องมือและเทคโนโลยีการผลิตเชิงอุตสาหกรรมการเกษตร เพื่อพลิกโฉมเกษตรกรรมแบบดั้งเดิม สู่เกษตรนวัตกรรม ทั้งหมดนี้ มุ่งหวังให้ SMEs ไทย แข่งขันได้ในตลาดโลก และเพื่อให้เกษตรกรไทยมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น
และ 5. ยกระดับการบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ไขปัญหาปากท้องของประชาชน