นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ เลขาธิการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) เปิดเผยว่า ในปี 2567 คาดผลตอบแทนจากการลงทุนจะดีกว่าปีที่ผ่านมา โดยตั้งแต่ต้นปี สามารถสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนแล้ว 3% ซึ่ง กบข. มีการลงทุนในสินทรัพย์หลายประเภท ทั้งในและต่างประเทศ และการลงทุนในสินทรัพย์ที่หลากหลาย เพื่อให้สามารถรองรับสภาพความเสี่ยงให้ได้มากที่สุด และได้รับผลตอบแทนที่เหมาะสม
โดยปัจจุบัน สัดส่วนการลงทุนเป็นในต่างประเทศ 60% ในประเทศ 40% โดยเป็นการลงทุนทั้งในสินทรัพย์ตราสารหนี้ ตราสารทุน สินทรัพย์ทางเลือก เป็นต้น ขณะที่สัดส่วนการลงทุนในทองคำ ปัจจุบันอยู่ที่ 1% ของพอร์ตการลงทุน โดยยอมรับว่าในอนาคตมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นอีก ขณะที่ปัจจุบันมีสมาชิก กบข. 1.2 ล้านคน
ทั้งนี้ ในปีนี้ มีปัจจัยเสี่ยงที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เพื่อปรับกลยุทธ์การลงทุนในระยะสั้นได้ทันการณ์ ทั้งสงครามตะวันออกกลาง ความขัดแย้งอิสราเอล-อิหร่าน และความขัดแย้งรัสเซีย-ยูเครน ผลการเลือกตั้งและแนวนโยบายในหลายประเทศ โดยเฉพาะประธานาธิบดีสหรัฐ คนใหม่ และแนวนโยบายการค้าระหว่างสหรัฐ-จีน
ขณะเดียวกันอัตราดอกเบี้ยที่คงอยู่ในระดับสูงในช่วงที่ผ่านมา จะลดทอนความสามารถในการใช้จ่ายภาคครัวเรือนลดลง เงินเฟ้อปรับตัวลดลงแบบชะลอตัวและยังคงสูงกว่าเป้าหมายระยะยาวของธนาคารกลาง ส่วนเศรษฐกิจไทย ยังต้องติดตามการเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณ นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศ ทั้งนี้ มีความเชื่อมั่นในการทยอยฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยว และการกดดันด้านเงินเฟ้อลดลง โดยปีนี้มีเป้าหมายสร้างผลตอบแทนที่สูงกว่าปี 2566
“กบข.ได้กำหนดแผนงานวางรากฐานการบริหารกองทุน ในการขับเคลื่อน กบข.ให้เป็นกองทุนที่มีความมั่นคง สร้างผลตอบแทนการลงทุนที่ดีนระยะยาว มากกว่าอัตราเงินเฟ้อเฉลี่ย 10 ปี บวก 2% ต่อปี และเพิ่มระดับความไว้วางใจของสมาชิกที่มีต่อ กบข. ส่วนเรื่องการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลนั้น ขณะนี้ กบข. ยังไม่มีความสนใจในเรื่องดังกล่าวมากนัก โดยยังคงให้ความสำคัญในการลงทุนกับสินทรัพย์ที่สามารถสร้างผลตอบแทนที่เห็นได้ชัดเจนเป็นหลักมากกว่า”
สำหรับผลการดำเนินงานในปี 2566 กบข.สามารถสร้างผลตอบแทนแผนหลักได้ 1.46% (หลังหักค่าใช้จ่าย) โดยได้รับผลดีจากการลงทุนทั้งในและต่างประเทศในตราสารหลากหลายประเภท และการจัดการติดตามการลงทุนอย่างใกล้ชิด ในส่วนภาพรวมแนวโน้มตลาดหุ้นไทยหลังจากนี้ มองว่าน่าจะมีแนวโน้มที่ดีขึ้น จากตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าไทยที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งน่าจะส่งผลดีกับธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง แต่ในรายอุตสาหกรรมอื่นๆ อาจจะต้องไปดูถึงผลดี ผลเสียจากปัจจัยเกี่ยวเนื่อง ทั้งการกีดกันทางการค้า อัตราดอกเบี้ย และปัญหาความขัดแย้งระหว่างประเทศ เป็นต้น