นายทวารัฐ สูตบุตร ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) ในฐานะโฆษกกระทรวงพลังงาน เปิดเผยถึงผลการประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) ที่มีพล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ รมว.พลังงาน เป็นประธานว่า ที่ประชุม กบง. มีมติเห็นชอบให้คงราคาขายปลีกก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี) เดือนพ.ย.2559 ไว้ที่ 20.29 บาท/กิโลกรัม (กก.) แม้ราคาต้นทุนจากแหล่งผลิตและแหล่งจัดหาเฉลี่ยแบบถ่วงน้ำหนักทุก 3 เดือน สรุปรวมจะเพิ่มขึ้นประมาณ 15 เหรียญสหรัฐฯต่อกัน หรือคิดเป็น 65 สตางค์ต่อกก. จาก 12.99 บาทต่อกก. เป็น 13.65 บาทต่อกก. แต่เพื่อไม่ให้กระทบต่อราคาขายปลีกก๊าซแอลจีพีในประเทศ จึงให้คงราคาเดิม
ทั้งนี้ กบง.ใช้กลไกกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงรับภาระชดเชยไว้ 65 สตางค์ต่อกก. จากเดิมที่เก็บเงินเข้ากองทุนฯ เดือนละ 32 สตางค์ต่อกก. เป็นมีเงินไหลออกจากกองทุนฯ 33 สตางค์ต่อกก. คิดเป็นเงินไหลออกจากกองทุนแอลพีจี 98 ล้านบาทต่อเดือน มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 8 พ.ย.2559 ทำให้ราคาขายปลีกก๊าซแอลจีพีในประเทศไม่เปลี่ยนแปลง โดยการตรึงราคาก๊าซดังกล่าวเป็นการตรึงราคาต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 9 หลังจากเดือนก.พ.2559 ที่ผ่านมามีการปรับลดลง

“ทิศทางราคาก๊าซแอลพีจีในตลาดโลกยังมีความผันผวน โดยมีทิศทางขาขึ้นเมื่อ 2 สัปดาห์ห่อน แต่เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาก็อ่อนตัวลง เนื่องจากองค์การกลุ่มประเทศผู้ส่งน้ำมันออก (โอเปก) ก่อนหน้านี้เหมือนจะเจรจาตกลงเรื่องกำลังการผลิตได้ แต่ล่าสุดประเทศสมาชิกในกลุ่มโอเปกเริ่มมีความเห็นที่ต่างกัน โดยประเทศอิรักและอิหร่านต้องการปรับลดกำลังการผลิต ขณะที่ประเทศซาอุดิอาระเบียต้องการเพิ่มกำลังการผลิต จึงส่งผลให้ราคาก๊าซแอลพีจีเดือนพ.ย.นี้ เป็นไปตามต้นทุนเนื้อก๊าซที่สะท้อนราคาซื้อขาย 6-12 เดือนย้อนหลัง ซึ่งน่าจะยังอยู่ในระดับต่ำ และน่าจะส่งผลให้ราคาก๊าซแอลพีจีในตลาดโลกเคลื่อนไหวในทิศทางที่ทรงตัวอยู่ในขาลงนับจากนี้ต่อไปอีกสองสัปดาห์หน้า แต่ก็คงลดลงไม่มากนัก”นายทวารัฐ กล่าว
นายทวารัฐ กล่าวอีกว่า ขณะที่ช่วงนี้กำลังเข้าสู่ช่วงฤดูหนาว ทำให้มีความต้องการใช้เชื้อเพลิงทุกประเภทมากขึ้น ทั้งยังมีการพยากรณ์ว่าฤดูหนาวปีนี้จะยาวนาน ทำให้ทิศทางเชื้อเพลิงโดยเฉพาะราคาน้ำมันขยับตัวขึ้นเล็กน้อย แต่ กบง. ยืนยันยังมีกลไกกองทุนน้ำมันฯ ดูแลราคาขายปลีกได้อย่างเพียงพอ ไม่ให้ส่งผลกระทบต่อประชาชน ซึ่งปัจจุบันกองทุนน้ำมันฯ มีฐานะสุทธิ ณ วันที่ 6 พ.ย.2559 อยู่ที่ 41,607 ล้านบาท แบ่งเป็นบัญชีก๊าซแอลพีจี 7,595 ล้านบาท และบัญชีน้ำมัน 34,012 ล้านบาท