นายรัชตะ สุทธาพัฒน์ธานนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริหารสินค้า เพาเวอร์ มอลล์ บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด เปิดเผยว่า ภาพตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าในช่วง 5 เดือนแรกของปีนี้ เติบโตในระดับตัวเลข 1 หลัก มูลค่ากว่า 80,000 ล้านบาท โดยไตรมาสแรกของปีเติบโตดีระดับตัวเลข 2 หลัก มาจากมาตรการ Easy e-Receipt และการขยายตัวของการท่องเที่ยวดีมาก
จากนั้นต่อเนื่องหน้าร้อนช่วงเดือนเม.ย. ส่งผลให้สินค้าทำความเย็น อย่าง เครื่องปรับอากาศ และพัดลม มียอดขายที่ดี แต่ต้องยอมรับว่ายอดขายเครื่องปรับอากาศเติบโตเพียง 10-15% ถือว่าเติบโตน้อยเทียบกับอากาศที่ร้อนจัด ซึ่งน่าจะเติบโตได้ถึง 30-40% ประกอบกับการจับจ่ายเบาลงในเดือนพ.ค. จากกำลังซื้อที่หดตัว และรัฐบาลไม่มีมาตรการกระตุ้นกำลังซื้อ จากพ.ร.บ. งบประมาณปี 2567 ล่าช้า ทำให้ 5 เดือนภาพรวมตลาดเติบโตด้วยตัวเลขหลักเดียวเท่านั้น

“จากนี้มีการแข่งขันกีฬารายการใหญ่ อย่าง ฟุตบอลยูโร และโอลิมปิก น่าจะทำให้บรรยากาศการซื้อขายดียิ่งขึ้น และหวังว่าเศรษฐกิจครึ่งปีหลังจะดี รวมทั้งดิจิทัลวอลเล็ต คาดหวังจะเอื้อต่อตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้า โดยเบื้องต้นคาดว่าทั้งปีตลาดรวมจะเติบโตที่ตัวเลข 1 หลักเท่ากับปีที่แล้ว มูลค่าตลาดอยู่ที่ประมาณ 2.2 แสนล้านบาท แต่ยังกังวลในภาวะเศรษฐกิจ และกำลังซื้อ แม้ว่ากลุ่มลูกค้าของเพาเวอร์มอลล์จะเป็นบีบวกขึ้นไปก็ตาม
ล่าสุด จัดงาน “เพาเวอร์ มอลล์ อิเล็คทรอนิก้า โชว์เคส” มหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าและสินค้าไอทีครั้งยิ่งใหญ่ใจกลางเมือง โดยร่วมกับแบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าชั้นนำมากกว่า 200 แบรนด์ จัดโปรโมชั่นสุดคุ้มค่า สินค้าลดสูงสุด 60% และสิทธิพิเศษมากมาย ระหว่างวันที่ 19 มิ.ย.-29 ก.ค. 2567 ที่เพาเวอร์มอลล์ ทุกสาขา คาดว่าสร้างยอดขายได้ 534 ล้านบาท เติบโตจากปีที่ผ่านมา 68%
สำหรับทั้งปีนี้เพาเวอร์มอลล์ตั้งเป้าหมายมียอดขายเติบโตกว่า 20% จากปีที่แล้วที่เติบโตกว่า 10% โดยที่ผ่านมาของปีนี้ยอดขายเครื่องปรับอากาศของเพาเวอร์มอลล์เติบโตถึง 50-60% และกลุ่มสินค้าที่สร้างยอดขายได้ดี อันดับ 1 ยังเป็นโทรศัพท์มือถือ รองลงมาเป็น เครื่องปรับอากาศ ทีวี ตู้เย็น และเครื่องซักผ้า