นายสุรพงษ์ ปิยะโชติ รมช.คมนาคม เปิดเผยก่อนเข้าร่วมประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ ครั้งที่ 4/2567 ณ จ.นครราชสีมา เมื่อวันที่ 1 ก.ค. ว่า ตนได้ลงพื้นที่ตรวจราชการระบบคมนาคมขนส่งและโลจิสติกส์ในพื้นที่ จ.นครราชสีมา ซึ่งอยู่ระหว่างพัฒนาระบบขนส่งทางรางที่มีความสำคัญต่อการพัฒนาระบบโลจิสติกส์โดยรวมของประเทศ เพราะนครราชสีมาเป็นประตูของการเดินทางไปสู่พื้นที่ภาคอีสาน
ปัจจุบันมีโครงการสำคัญที่สามารถเชื่อมโยงกับระบบขนส่งสาธารณะอื่นอีกหลายโครงการ โดยเฉพาะโครงการรถไฟทางคู่ระยะเร่งด่วน ช่วงมาบกะเบา-ชุมทางถนนจิระ รวมถึงโครงการความร่วมมือระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยและรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ในการพัฒนาระบบรถไฟความเร็วสูงเพื่อเชื่อมโยงภูมิภาค ช่วงกรุงเทพมหานคร-หนองคาย (ระยะที่ 1 ช่วงกรุงเทพมหานคร-นครราชสีมา) หรือรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน
ทั้งนี้ ได้ติดตามความคืบหน้าโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ระยะเร่งด่วน ช่วงมาบกะเบา-ชุมทางถนนจิระ และโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ระยะที่ 1 ช่วงกรุงเทพมหานคร-นครราชสีมา เพื่อเร่งให้การดำเนินงานแล้วเสร็จตามแผนที่กำหนด และได้ร่วมโดยสารขบวนรถไฟท่องเที่ยว KIHA ที่สถานีรถไฟปากช่อง เยี่ยมชมและรับประทานอาหาร “ของดีวิถีริมราง” เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวในประเทศด้วย

ส่วนโครงการรถไฟทางคู่ระยะเร่งด่วน ช่วงมาบกะเบา-ชุมทางถนนจิระ ระยะทาง 132 กิโลเมตร จำนวน 20 สถานี เริ่มต้นก่อสร้างที่สถานีมาบกะเบา อ.แก่งคอย จ.สระบุรี ผ่านพื้นที่ อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี อ.ปากช่อง อ.สีคิ้ว อ.สูงเนิน สิ้นสุดโครงการที่สถานีชุมทางถนนจิระ อ.เมือง จ.นครราชสีมา วงเงินลงทุน 29,968 ล้านบาท ปัจจุบัน ภาพรวมด้านงานโยธา สัญญาที่ 1 ช่วงมาบกะเบา-คลองขนานจิตร คืบหน้าไปแล้ว 96.36% ช้ากว่าแผนงาน 3.64% สัญญาที่ 3 งานอุโมงค์ มีความคืบหน้า 95.36% ช้ากว่าแผนงาน 4.64% เนื่องจากอยู่ระหว่างการเวนคืนพื้นที่จากประชาชน ส่วนสัญญาที่ 2 ช่วงคลองขนานจิตร-ชุมทางถนนจิระ อยู่ระหว่างการแก้ไขรูปแบบการก่อสร้างเป็นทางยกระดับ ช่วงสถานีโคกกรวด-ชุมทางถนนจิระ ระยะทาง 16 กิโลเมตร และปรับกรอบวงเงินเพื่อให้สอดคล้องกับโครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง ช่วงโคกกรวด-นครราชสีมา งานสัญญาที่ 3-5 เพื่อให้เกิดความคุ้มค่าต่องบประมาณสูงสุด โดยคาดว่าจะเสนอคณะกรรมการรถไฟแห่งประเทศไทย ได้ภายในเดือนส.ค. 2567
ส่วนโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ระยะที่ 1 ช่วงกรุงเทพมหานคร-นครราชสีมา ระยะทางรวม 250.77 กิโลเมตร ได้กำชับให้ รฟท. เร่งรัดการก่อสร้าง รวมถึงแก้ไขอุปสรรคต่างๆ เพื่อให้สามารถเปิดให้บริการได้ทันตามแผนงานที่กำหนดไว้ภายในปี 2571 ความก้าวหน้าของโครงการ ณ เดือนพ.ค. 2567 ภาพรวมได้ดำเนินการไปแล้วกว่า33.48 %ในส่วนแผนก่อสร้างงานโยธา 14 สัญญา เริ่มก่อสร้างตั้งแต่ปี 2560 จนถึงปัจจุบัน ก่อสร้างเสร็จสิ้นแล้ว 2 สัญญา อยู่ระหว่างการก่อสร้าง 10 สัญญา และยังไม่ได้ลงนามในสัญญา 2 สัญญา มีรายละเอียด