นายเกียรติพงศ์ อริยปรัชญา นักเศรษฐศาสตร์อาวุโส ธนาคารโลก (เวิลด์แบงก์) เปิดเผยในงานเปิดตัวรายงานตามติดเศรษฐกิจไทย (Thailand Economic Monitor) จัดโดยธนาคารโลก ว่า ธนาคารโลกปรับลดคาดการณ์ตัวเลขเศรษฐกิจไทยในปี 2567 ลดลงเหลือ 2.4% จากเดิมคาดว่าจะโต 2.8% โดยเป็นการฟื้นตัวค่อนข้างช้า ภายใต้ความท้าทายใน 3 เรื่องหลัก ดังนี้

1. การชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกที่ส่งผลต่อภาคการค้า ภาคบริการ และภาคการท่องเที่ยวของไทย โดยมองว่าเศรษฐกิจโลกในปี 2567 และปี 2568 รวมถึงปีต่อไป ยังมีแนวโน้มการเติบโตที่ชะลอตัว โดยเฉพาะเศรษฐกิจจีน และความตึงเครียดระหว่างสหรัฐ และจีน ซึ่งปัจจัยดังกล่าวส่งผลถึงการค้าและการส่งออกของไทยค่อนข้างมาก

ส่วนอัตราเงินเฟ้อในปี 2567 คาดว่าอยู่ที่ 0.7% ปรับลดลงจากคาดการณ์ครั้งก่อนที่ 1.3% ถือว่าเป็นระดับต่ำสุดในภูมิภาค เนื่องจากราคาอาหารและราคาพลังงานต่ำกว่าที่คาดการณ์ ประกอบกลับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยอย่างช้าๆ ทั้งนี้ คาดว่าเงินเฟ้อจะปรับตัวสู่ขึ้นสู่ระดับ 1.1% ในปี 2568

“เรื่องเงินเฟ้อ ถือเป็นความท้าทายของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) แม้ปัจจุบัน ดุลบัญชีเดินสะพัดจะกลับมาเป็นบวก แต่ก็ยังมีความเปราะบาง คาดว่าจะกลับมาฟื้นตัวได้เต็มที่ในช่วงต้นปี 2568 จึงเป็นเรื่องท้าทายสำหรับ ธปท. ที่จะต้องดูแลเรื่องอัตราเงินเฟ้อ และการเติบโตของเศรษฐกิจ รวมถึงยังมีปัจจัยกดดันจากโครงการดิจิทัลวอลเล็ต ที่ยังไม่มีความแน่นอน”นายเกียรติพงศ์ กล่าว

2. ความท้าทายเรื่องภาคการคลัง ต้องยอมรับว่า ช่วงหลังโควิด-19 การลงทุนของไทยติดลบมาก เช่นเดียวกับประเทศในกลุ่มอาเซียน ทั้งยังมีปัจจัยเสี่ยงจากความล่าช้าถึง 7 เดือนในการใช้งบประมาณปี 2567 ส่วนหนี้สาธารณะตั้งแต่ช่วงหลังโควิด-19 คงตัวอยู่ที่ระดับ 64% ของผลิตภัณฑ์มวมรวมประทศ (จีดีพี)

และ 3.ความท้าทายเรื่องการเติบโตของเศรษฐกิจในระยะปานกลาง เวิลด์แบงก์มองว่า หากประเทศไทยมีการลงทุนเพิ่มขึ้น และเพิ่มศักยภาพแรงงาน ซึ่งจะส่งผลให้แรงงานย้ายเข้าไปสู่งานที่มีมูลค่าเพิ่ม และมีรายได้ดีขึ้น จะช่วยยกระดับการเติบโตระยะปานกลางให้เพิ่มขึ้นอีก 1% จากปัจจุบันที่ 2.7%

“สำหรับโครงการดิจิทัลวอลเล็ต มีผลต่ออัตราเงินเฟ้อแน่นอน ซึ่งอาจจะทำให้เป็นประเด็นที่ยากในการดำเนินนโยบายการเงิน ดังนั้น ภายใต้ปัจจัยท้าทายดังกล่าว จึงคาดว่า ธปท. จะยังคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายต่อไปอีกระยะ ส่วนเรื่องเสภียรภาพเศรษฐกิจภายในประเทศนั้น อยากให้ดูเรื่องเงินเฟ้อเป็นหลัก โดยเงินเฟ้อไทยถือเป็นจุดเด่นของอาเซียน ที่ตอนนี้กลับมาฟื้นตัวเป็นบวก จากที่เคยติดลบอย่างมากในช่วงปีก่อนหน้า แต่ก็ยังเป็นอัตราที่ต่ำสุดในอาเซียน”นายเกียรติพงศ์ กล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน