กรมอุตุนิยมวิทยาระบุว่าประเทศไทยจะเข้าสู่สภาวะลานีญา ตั้งแต่เดือนก.ค.-ก.ย. 2567 และจะต่อเนื่องไปจนถึงช่วงเดือนก.พ. 2568 จากความแปรปรวนของสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นทั่วโลก
ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ กังวลว่าลานีญาจะก่อให้เกิดฝนตกหนักจนเกิดน้ำท่วม จึงสั่งให้กรมชลประทานเตรียมรับมือ ผ่านศูนย์การแก้ไขปัญหาภัยพิบัติด้านการเกษตร เพื่อตั้งรับตั้งแต่ก่อนเกิดเหตุการณ์ โดยทำแผนที่น้ำท่วม (Flood Map)

โดยร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า ชลประทานจังหวัดทุกจังหวัดทั่วประเทศ ต้องประเมินจุดเสี่ยงหากเกิดน้ำท่วม หากฝนตกหนักจะกระทบพื้นที่ไหนบ้าง มีปริมาณฝนมากต้องแจ้งเตือนเฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน โดยเฉพาะบริเวณพื้นที่ลาดเชิงเขา พื้นที่ลุ่มต่ำ และพื้นที่ชุมชนเมืองที่เคยเกิดน้ำท่วมขังระบายไม่ทัน แผนที่น้ำท่วมต้องมีรายละเอียด ตั้งแต่ฝนตกจนเกิดน้ำท่วม ถึงขั้นต้องเคลื่อนย้ายคน หรือสัตว์เลี้ยง ต้องมีพื้นที่รองรับเพราะหากเกิดน้ำท่วมต้องกระทบประชาชนและเกษตรกรให้น้อยที่สุด

นายทวีศักดิ์ ธนเดโชพล ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า “ร.อ.ธรรมนัสมอบให้ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรฯ เป็นประธานศูนย์ติดตามแก้ไขปัญหาภัยพิบัติภาคเกษตร ซึ่งภัยพิบัติภาคเกษตรมี 2 อย่าง คือ แล้ง และน้ำท่วม ดังนั้นตอนนี้เข้าสู่ฤดูฝน ในเขตภาคอีสานที่ผมดูแล ได้ให้กรมชลประทานในพื้นที่ทำแผนที่น้ำท่วม และประสานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดทุกจังหวัดเพื่อดูว่าจุดเสี่ยงอยู่ตรงไหน ให้ออกประกาศแจ้งเตือนเกษตรกร”

ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล

สำหรับแผนที่น้ำท่วม จะดำเนินการตั้งรับตั้งแต่แผนการอพยพต้องร่วมกับหน่วยงานอื่นๆ เพื่อเตรียมสถานที่ แผนเตรียมอาหารสัตว์สำรอง ที่กรมปศุสัตว์ต้องมีการเตรียมทั้งเรื่องของอาหาร และการเคลื่อนย้ายสัตว์ไม่ให้เกิดความเสียหายหากน้ำท่วม

การแก้ปัญหาเรื่องน้ำเน่าเสีย หลังน้ำท่วมขังเกินเดือน กรมพัฒนาที่ดิน (พด.) ต้องนำอีเอ็มมาช่วยลดการเน่าเสียของน้ำ และหลังน้ำลด กรมส่งเสริมเกษตร กรมการข้าวต้องเตรียมเมล็ดพันธุ์พืช เพื่อนำมาแจกจ่ายให้เกษตรกร ประกอบอาชีพเกษตรกรต่อไป

สถานการณ์ลานีญา ต้องติดตามสถานการณ์กันอย่างใกล้ชิด เพราะปัจจัยที่ส่งผลกระทบมีมาก แม้มีการประเมินว่าเข้าสู่ “ลานีญา” แล้ว แต่ไม่รู้ว่าปรากฏการณ์ธรรมชาตินี้จะเกิดแบบไหน ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรฯ ต้องลงพื้นที่เพื่อหารือและร่วมกับชลประทานในพื้นที่ติดตามสถานการณ์ และร่วมทำแผนป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยด้านการเกษตรเพื่อผ่อนหนักเป็นเบา

ปรากฏการณ์เอ็นโซต้องดูสถานการณ์กันใกล้ชิด อย่างปีที่แล้วจำได้ไหมว่านักวิชาการบอกว่าจะเกิดปรากฏการณ์เอลนีโญปรากฏว่าปลายเดือนส.ค.-ก.ย. มีฝนมาแบบถล่มทลาย ส่งผลให้ปริมาณน้ำในเขื่อนสูงขึ้น หลายเขื่อนน้ำเต็มปรากฏการณ์เอ็นโซพิจารณาปัจจัยแวดล้อมจากฝั่งอเมริกาใต้ แต่ประเทศไทยตั้งอยู่อีกมหาสมุทรหนึ่ง คือ มหาสมุทรอินเดียฝั่งอันดามันเป็นส่วนที่นำความชื้นให้เกิดฝนในประเทศไทย ดังนั้นต้องติดตามสถานการณ์ทุกระยะทุกสัปดาห์เพื่อรับมือ

“ภาวะโลกร้อนและความผันผวนทางด้านสภาพอากาศ หากให้ฟันธงว่าน้ำท่วมหรือไม่ท่วม ในสภาวะลานีญานี้ค่อนข้างตอบยาก เพราะลานีญานี้ไม่รู้ว่าฝนจะตกแบบไหน หากฝนตก 1,400 ม.ม. ตกแบบสั้นไม่กี่ชั่วโมง กระจุกตัวในพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่ง แบบภูเก็ตเมื่อล่าสุดนี้ แบบนี้ท่วมแน่นอน แต่หากฝนตกนาน แต่กระจายออกไปหลายพื้นที่กว้างๆ แบบนี้น้ำสามารถระบายทันจากเครื่องมือที่

กรมชลประทานมีเชื่อว่าสามารถบริหารจัดการได้ ไม่ท่วม ดังนั้นต้องดูว่าฝนที่จะมามันเป็นแบบไหน”
นายทวีศักดิ์กล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิประเทศ ก่อเกิดผลกระทบหลักต่อภาวะโลกร้อน มีผลต่อการบริหารจัดการและติดตามสถานการณ์ รวมถึงประเมินสถานการณ์ค่อนข้างยาก เพราะต้องติดตามทุกระยะเพราะเป็นเรื่องของธรรมชาติ ที่เราต้องรู้เท่าทัน ผ่อนหนักเป็นเบาเพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบกับประชาชน

ด้านนายธเนศร์ สมบูรณ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารจัดการน้ำและอุทกวิทยา กรมชลประทาน กล่าวว่า ช่วงนี้ถือว่าเริ่มต้นหรือวอร์มอัพเพื่อเตรียมรับมือสถานการณ์ลานีญาที่คาดว่าจะเกิดขึ้น กรมชลประทานต้องดูและการบริหารจัดการน้ำในเขื่อนที่มีอยู่ในขณะนี้ เพื่อสร้างสมดุลให้เกิดหากมีฝนใหม่เข้ามาเติม เริ่มจากการวางแผนเพื่อจัดระบบการเพาะปลูกให้เร็วขึ้น อย่างบางระกำ จะมีการเพาะปลูกและเก็บเกี่ยวก่อน เพื่อเมื่อฝนมาจะไม่สร้างความเสียหายให้กับผลผลิตด้านการเกษตร

ธเนศร์ สมบูรณ์

เมื่อบางระกำทำสำเร็จ รัฐบาลก็นำมาใช้ในอีก 10 ลุ่มน้ำเจ้าพระยา ให้มีการเพาะปลูกก่อนเวลา 1 เดือนเพื่อเก็บเกี่ยวทันเวลา ลดผลเสียหายที่เกษตรกรจะได้รับ การจัดการเวลาในการเพาะปลูกถือเป็นเครื่องมือสำคัญที่กระทรวงเกษตรฯ ดำเนินการมาหลายปีและประสบความสำเร็จอย่างสูง
และยังต้องบริหารจัดการน้ำในเขื่อน ที่ปี 2566 น้ำในเขื่อนหลายเขื่อนเกือบเต็มความจุ เมื่อจะมีฝนใหม่เข้ามา กรมชลประทานจะประเมินสถานการณ์และดำเนินการพร่องน้ำเพื่อให้เกิดความปลอดภัย ไม่ให้การใช้น้ำมีปัญหา น้ำไม่มากไปหรือน้อยไป ให้เพียงพอกับความต้องการ แม้มีลานีญาก็ตาม

กรมอุตุนิยมวิทยาประเมินว่าจะมีพายุมา 1-2 ลูก หากมีพายุเข้ามาเพียงเท่านี้ กรมชลประทานประเมินจากเครื่องมือในการบริหารจัดการน้ำที่มีอยู่เชื่อว่าสามารถรับมือสถานการณ์ลานีญาครั้งนี้ได้
แต่หากมีร่องความกดอากาศหรือร่องมรสุมพาดผ่านและแช่อยู่นานๆ อาจทำให้ฝนตกหนักและกระทบทำให้น้ำท่วมได้เหมือนในปี 2564 หรือ 2565 ซึ่ง 2 ปีที่ผ่านมา ปริมาณฝนมีมากกว่า ปี 2554 ที่เกิดความท่วมใหญ่ในประเทศไทย แต่น้ำไม่ท่วมเหมือนปี 2554 เพราะไม่มีการอั้นน้ำไว้ กรมชลประทานจะดำเนินการปล่อยให้น้ำไหลไปตามทางของมันเชื่อว่ารับมือได้

การรับมือฤดูฝนกรมชลประทานมีแผนรับมืออยู่แล้ว อาทิ ดำเนินการบริหารจัดการน้ำในอ่างหรือเขื่อนที่มีให้อยู่ในระดับที่พร้อมรับน้ำใหม่เข้าเติม ดำเนินการเพาะปลูกก่อนเวลาเพื่อให้เก็บเกี่ยวก่อนในพื้นที่ลุ่มต่ำที่น้ำไหลผ่าน กำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ อาทิ วัชพืช ผักตบชวา เป็นต้น ต้องเร่งกำจัดออกจากทางน้ำ และต้องบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมชลประทานมีการบริหารจัดการแหล่งน้ำบางแห่งที่มีการเชื่อมต่อกับแหล่งน้ำที่กรุงเทพมหานคร (กทม.) บริหาร ต้องบูรณาการร่วมกันในการทำงาน

“ปีนี้กรมชลประทานประเมินจุดเสี่ยงทั่วประเทศ โดยเฉพาะพื้นที่ท่วมซ้ำซาก แล้วนำเครื่องสูบน้ำ เครื่องดันน้ำไปไว้ เมื่อมีน้ำมา สามารถดำเนินการบรรเทาภัยได้เลย ซึ่งเครื่องมือไม่ว่าประตูระบายน้ำ เครื่องสูบน้ำ เครื่องดันน้ำ กรมชลประทานได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการพร้อมทุกพื้นที่เสี่ยงเพื่อรับมือน้ำฝนที่จะมา หากมาในจำนวนมากๆ เชื่อว่าจะแก้ปัญหาได้ทันเวลา”
นอกจากนี้ ร.อ.ธรรมนัสมอบหน่วยกรมชลประทานและหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการตาม 10 มาตรการรับมือฤดูฝนปี 2567 พร้อมเน้นย้ำในเรื่องของการแจ้งเตือนภัยประชาชน ให้มีความแม่นยำในเรื่องของข่าวสารข้อมูลเพื่อลดความเสียหายที่จะเกิดขึ้นให้ได้มากที่สุด

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน