น.ส.พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล รมว.อุตสาหกรรม เปิดเผยภายหลังนำคณะผู้บริหารกระทรวงอุตสาหกรรม เดินทางเข้าหารือกับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ว่า ได้ให้นโยบายตั้งแต่วันแรกของการรับตำแหน่งว่าอยากเห็นกระทรวงอุตสาหกรรมส่งเสริมผู้ประกอบการ และนักลงทุนให้เกิดความคล่องตัว อะไรที่เป็นปัญหาก็ต้องจัดการให้เรียบร้อย ทั้งในกระบวนการออกใบอนุญาตที่เร็วขึ้น ส่งเสริมผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ได้รับการสนับสนุนด้านต่างๆ ทำให้ธุรกิจแข็งแรงขึ้น และสิ่งที่เน้นย้ำ คือ เรื่องของนโยบาย Green Productivity เพื่อตอบโจทย์กติกาโลกที่เปลี่ยนแปลงไป ซึ่งเป็นสิ่งที่ท้าทายที่กระทรวงอุตสาหกรรม จะต้องจับมือกับ ส.อ.ท. เพื่อฝ่าฟันปัญหาไปด้วยกัน

นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวถึงนโยบายบริหารงาน ส.อ.ท. ในช่วงปี 2567-2569 ว่า ต้องยอมรับว่ากติกาใหม่ของโลก รวมถึงข้อตกลงทางการค้าเสรี (เอฟทีเอ) และการนำเข้าสินค้าราคาถูกจากประเทศจีน ส่งผลให้ขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมดั้งเดิมมาสู่อุตสาหกรรมใหม่ 22 อุตสาหกรรมได้รับผลกระทบอย่างหนัก อีกทั้งอุตสาหกรรมที่เป็นปัจจัยพื้นฐานในการพัฒนาประเทศ ดังนั้น จึงจำเป็นต้องหามาตรการเร่งด่วน เพื่อแก้ไขปัญหา

โดยเบื้องต้น ส.อ.ท. ได้ตั้งคณะกรรมการอำนวยการเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจภาคอุตสาหกรรม 4 คณะทำงาน ประกอบด้วย 1.คณะทำงานยกระดับอุตสาหกรรมไทยสู่อนาคต รองรับการเปลี่ยนผ่านภาคอุตสาหกรรม สู่ยานยนต์ไฟฟ้าและเครื่องมือแพทย์ และพัฒนาเอสเอ็มอีให้เข้าถึงเทคโนโลยีหุ่นยนต์ที่เหมาะกับกิจการและประเภทอุตสาหกรรม 2.คณะทำงานการพัฒนาอุตสาหกรรม เพื่อผลักดันอุตสาหกรรมสีเขียว

3.คณะทำงานอำนวยความสะดวกเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในการประกอบกิจการและมาตรฐานของภาคอุตสาหกรรม เพื่อส่งเสริมการกำกับดูแลการอำนวยความสะดวกในการประกอบธุรกิจให้กับภาคอุตสาหกรรม ขับเคลื่อนปรับปรุงผังเมืองทั่วประเทศเพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูป ส่งเสริมและแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม และ 4.คณะทำงานพัฒนาอุตสาหกรรมเอสเอ็มอี เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน