นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า ระหว่างวันที่ 13-15 ก.ค. นี้ นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รมว.ต่างประเทศ จะนำคณะหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนไทย เดินทางไปเยือนประเทศซาอุดีอาระเบีย เพื่อจัดงานประชุมภาคธุรกิจครั้งใหญ่ “Thai-Saudi Investment Forum” และงานเจรจาจับคู่ธุรกิจ
ในโอกาสนี้ บีโอไอยังทำพิธีเปิดสำนักงานบีโอไอ ณ กรุงริยาด ประเทศซาอุดีอาระเบีย อย่างเป็นทางการในวันที่ 14 ก.ค. 2567 ซึ่งจะเป็นสำนักงานเศรษฐกิจการลงทุนในต่างประเทศแห่งที่ 17 และเป็นแห่งแรกในภูมิภาคตะวันออกกลาง เพื่อดึงการลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมายเข้าสู่ประเทศไทย และสนับสนุน/อำนวยความสะดวกแก่ผู้ประกอบการไทยที่สนใจไปลงทุนในตะวันออกกลาง ช่วยสร้างความร่วมมือและผลักดันการลงทุนระหว่างกันให้มีความคืบหน้าและเกิดผลเป็นรูปธรรมมากขึ้น
โดยงานครั้งนี้ จะมีผู้บริหารของหน่วยงานภาครัฐ สถาบันการเงิน หอการค้าไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.) และบริษัทชั้นนำของไทย ร่วมเดินทางกว่า 70 คน และจะมีการลงนามข้อตกลงความร่วมมือ (เอ็มโอยู) ระหว่างไทย-ซาอุดีอาระเบีย รวมกว่า 10 ฉบับ
ปัจจุบันซาอุดีอาระเบียมีกองทุน Public Investment Fund (PIF) ซึ่งเป็นหนึ่งในกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติที่มีการลงทุนสูงที่สุดในโลก และกำลังเร่งขยายการลงทุนในประเทศต่างๆ ตามวิสัยทัศน์ซาอุดีอาระเบีย 2030 (Saudi Vision 2030) ที่มีแผนพัฒนาประเทศไปสู่ความทันสมัย และสร้างความหลากหลายทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และไทย เน้นลงทุนเพิ่มเติมในสาขาโลจิสติกส์ โครงสร้างพื้นฐาน และเทคโนโลยี
นอกจากนี้ ยังให้ความสนใจเป็นพิเศษกับอุตสาหกรรมเป้าหมายของไทย เช่น ธุรกิจดิจิทัลและนวัตกรรมขั้นสูง การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ การแพทย์ เกษตรและอาหารแปรรูป พลังงานสะอาด ยานยนต์สมัยใหม่ เป็นต้น
“ไทยและซาอุดีอาระเบีย มีศักยภาพในการเป็น Twin Hub ซึ่งกันและกัน โดยซาอุฯ อาจพิจารณาใช้ไทยเป็นฐานการลงทุนเพื่อขยายธุรกิจเข้าสู่ภูมิภาคอาเซียน และใช้ประโยชน์จากความตกลง RCEP ที่เป็นเขตการค้าเสรีที่ใหญ่ที่สุดของโลก ขณะที่นักธุรกิจไทยสามารถใช้โอกาสจากความร่วมมือกับซาอุดีอาระเบีย ซึ่งเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจของตะวันออกกลาง ในการขยายตลาดไปสู่ทั้งภูมิภาคตะวันออกกลางที่มีประชากรมากกว่า 400 ล้านคน และมีกำลังซื้อสูง”