จ่อขึ้นดีเซล 1 บาท 1 ส.ค.นี้ แบบทยอยปรับแตะเพดานใหม่ 34 บาท/ลิตร หลังของบกลางฯ และเจรจาลดภาษีไม่เป็นผล
วันที่ 10 ก.ค.2567 ผู้สื่อข่าวรายงาน มีรายงานจากกระทรวงพลังงาน แจ้งว่า ขณะนี้มีความเป็นไปได้ที่คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) ที่นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พลังงาน เป็นประธาน จะพิจารณาแนวทางการปรับราคาดีเซลแบบทยอยขึ้นอยู่ในกรอบ 1 บาท/ลิตร ทำให้เพดานราคาใหม่จะไม่เกิน 34 บาท/ลิตร ตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค.2567 เป็นต้นไป หลังจะครบกำหนดเพดานราคาดีเซลไม่เกิน 33 บาท/ลิตร วันที่ 31 ก.ค.2567 ตามมติคณะรัฐมนตรี(ครม.) โดยปัจจุบันราคาขายหน้าปั๊มอยู่ที่ 32.94 บาท/ลิตร
ทั้งนี้ เพื่อรักษาสภาพคล่องให้กับกองทุนที่สถานะล่าสุด ณ วันที่ 7 ก.ค.2567 ติดลบ 111,595 ล้านบาท แบ่งเป็นบัญชีน้ำมันติดลบ 63,944 ล้านบาท และบัญชีก๊าซปิโตรเลียมเหลว (แอลพีจี) หรือก๊าซหุงต้มติดลบ 47,651 ล้านบาท เนื่องจากปัจจุบันราคาน้ำมันดีเซลตลาดโลกยังมีความผันผวนสูง ช่วงเดือนที่ผ่านมาแนวโน้มลดลงบ้างจนกองทุนลดอุดหนุนระดับ 4 บาท/ลิตร จนสามารถเก็บเงินผู้ใช้น้ำมันดีเซลเข้ากองทุนได้สำเร็จ แต่ขณะนี้แนวโน้มกลับมาขึ้นอีกครั้ง ทำให้กองทุนต้องอุดหนุนกว่า 2 บาท/ลิตร ซึ่งหากไม่ปรับราคาดีเซลขึ้นหลังวันที่ 31 ก.ค.นี้ อาจทำให้สถานการณ์กองทุนยิ่งแย่
“ก่อนจะพิจารณาแนวทางปรับราคา ดีเซลขึ้น ที่ผ่านมาได้พยายามส่งหนังสือถึงสำนักงบประมาณ เพื่อขอใช้งบกลางปี 2567 วงเงิน 6,500 ล้านบาท แบ่งเป็นสำหรับใช้ดูแลดีเซล 6,000 ล้านบาท และแอลพีจี 500 ล้านบาท เป็นตามที่ครม.อนุมัติไว้ภายใต้เงื่อนไขให้ใช้กลไกกองทุนดูแลไปพลางก่อน แต่เบื้องต้นได้รับการประสานอย่างไม่เป็นทางการว่างบกลางฯ มีจำกัด อาจไม่สามารถนำมาดูแลราคาดีเซลและแอลพีจีได้ และอีกแนวทาง คือ เสนอให้กรมสรรพสามิต กระทรวงการคลัง ลดการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตดีเซลลงในอัตราที่เหมาะสม”
อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นจากท่าทีของกระทรวงการคลังไม่ตอบรับเรื่องการลดภาษีดังกล่าว เพราะจำเป็นต้องจัดเก็บรายได้ตามเป้าหมายที่รัฐบาลกำหนด ดังนั้นทั้งสองแนวทางไม่น่าจะดำเนินการได้