‘ธรรมนัส’ ใช้งบกองทุนสวนยาง-งบกลาง รับซื้อ “ปลาหมอคางดำ” โลละ 15 บาท ทำปุ๋ย-ปลาร้า ย้ำไม่รับซื้อปลาที่เพาะเลี้ยงเด็ดขาด ชี้ผิดกฎหมาย

วันที่ 16 ก.ค. 2567 ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ภายหลังการประชุมคณะกรรมการแก้ไขปัญหา “ปลาหมอสีคางดำ” ระดับกระทรวงและระดับจังหวัด ว่า ที่ประชุมเห็นชอบให้ใช้มาตรการเร่งรัดในการแก้ไขปัญหาหมอคางดำ เบื้องต้นได้หารือกับนายกรัฐมนตรีเพื่อประกาศรับซื้อราคากิโลกรัมละ 15 บาท โดยใช้งบประมาณจากกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยางมารับซื้อ เพื่อใช้เป็นวัตถุดิบในการทำปุ๋ย อีกส่วนหนึ่งจะของบกลางมารับซื้อ เพื่อนำไปใช้ประโยชน์อย่างอื่นต่อไป

ร.อ.ธรรมนัส กล่าวต่อว่า ในเบื้องต้นได้ประสานกลุ่มเกษตรกรในภาคตะวันออกเฉียงเหนือในการรับซื้อไปทำปลาร้า ซึ่งเป็นสินค้าที่ใช้วัตถุดิบจำนวนมาก และน้ำปลาร้ายังเป็นที่นิยมของผู้บริโภคภายในประเทศ และส่งออกได้ด้วย

“ราคา 15 บาทต่อกิโลกรัมนั้น อยู่ในระดับที่พอจะรับซื้อได้ แม้จะต่ำกว่าราคาที่กลุ่มผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำเสนอมาในราคาที่กิโลกรัมละ 20 บาท จึงขอร้องว่าอย่าต่อรอง เพราะจะทำให้การสรุปแผนดำเนินการไม่จบ kick off ไม่ได้”

ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า การรับซื้อจะไม่กำหนดกรอบระยะเวลา โดยซื้อไปจนกว่าปัญหาจะหมด กรมประมงจะเป็นหน่วยงานกำหนดเงื่อนไข ป้องกันการเพาะเลี้ยงแล้วนำมาจำหน่าย ซึ่งไม่ควรทำ สำหรับปลาที่ได้จากการเพาะเลี้ยงจะไม่รับซื้อเด็ดขาด อีกทั้งยังผิดกฎหมาย

ด้านนายอรรถกร ศิริลัทธยากร รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวย้ำว่า ไม่มีการส่งเสริมให้เกษตรกรนำไปเลี้ยงอย่างเด็ดขาด ต้องกำจัดเท่านั้น ซึ่งกรมประมงจะประสานความร่วมมือกับหน่วยงานอื่นๆ ที่มีความต้องการรับซื้อปลาหมอคางดำเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ต่อไป สำหรับกรณีการตรวจสอบที่มาต้นทางการนำเข้าปลาหมอคางดำนั้น หากมีหลักฐานที่ชัดเจน ก็ยินดีจะดำเนินการต่อไปตามกระบวนการที่ถูกต้อง

รมช.อรรถกร กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ที่ประชุมมีมติเห็นชอบ (ร่าง) แผนปฏิบัติการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ พ.ศ. 2567 – 2568 ภายใต้กรอบ 5 มาตรการ 12 กิจกรรม ระยะเวลาตั้งแต่เดือน ก.ค. 2567 ถึงเดือน ก.ย. 2568 ซึ่งได้รวบรวมร่างแผนปฏิบัติการตามมติที่ประชุมคณะทำงานแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ ระดับจังหวัด 16 จังหวัด (จันทบุรี ระยอง ฉะเชิงเทรา สมุทรปราการ กรุงเทพมหานคร สมุทรสาคร สมุทรสงคราม ราชบุรี เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครราชสีมา สงขลา ตราด และชลบุรี)

ทั้งนี้ ได้มอบหมายให้กรมประมงประชุมร่วมกับจังหวัดอีกครั้งเพื่อทบทวนในรายละเอียดงบประมาณ เพื่อให้เหมาะสมในแต่ละกิจกรรมและครอบคลุมการแก้ไขปัญหา

สำหรับ 5 มาตรการ 12 กิจกรรม ประกอบด้วย มาตรการที่ 1 การควบคุมและกำจัดปลาหมอคางดำในแหล่งน้ำทุกแห่งที่พบการแพร่ระบาด 4 กิจกรรม โดยมุ่งเน้นการกำจัดปลาหมอคางดำในแหล่งน้ำธรรมชาติ ด้วยเครื่องมือและวิธีการต่าง ๆ

มาตรการที่ 2 การกำจัดปลาหมอคางดำในแหล่งน้ำธรรมชาติ โดยการปล่อยปลาผู้ล่าอย่างต่อเนื่อง 2 กิจกรรม มุ่งเน้นการประเมินสถานภาพปลาหมอคางดำก่อนปล่อยลูกพันธุ์ปลาผู้ล่า เช่น ปลากะพงขาว ปลาอีก

มาตรการที่ 3 การนำปลาหมอคางดำที่กำจัดได้ไปใช้ประโยชน์ เน้นการจัดหาแหล่งกระจายและรับซื้อ จัดหาแนวทางการใช้ประโยชน์

มาตรการที่ 4 การสำรวจและเฝ้าระวังการแพร่กระจายปลาหมอคางดำในพื้นที่เขตกันชน เน้นการสร้างความพร้อมในการรับมือเมื่อพบการแพร่ระบาดให้กับองค์กรประมงชุมชนท้องถิ่นในพื้นที่ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง สำรวจและเฝ้าระวังในแหล่งน้ำที่ยังไม่พบการแพร่ระบาด

มาตรการที่ 5 การสร้างความรู้ ความตระหนัก และการมีส่วนร่วมในการกำจัดปลาหมอคางดำ เพื่อประชาสัมพันธ์ให้กับทุกภาคส่วน พร้อมจัดทำคู่มือแนวทางการับมือเมื่อพบ

สำหรับอีกมาตรการที่สำคัญ คือโครงการวิจัยการเหนี่ยวนำชุดโครโมโซม 4n ในปลาหมอคางดำ เป็นการควบคุมการแพร่กระจายของปลาหมอคางดำโดยการทำให้ประชากรปลาหมอคางดำเป็นหมัน โดยการศึกษาสร้างประชากรปลาหมอคางดำพิเศษที่มีชุดโครโมโซม 4 ชุด (4n)

จากนั้นจะปล่อยปลาหมอคางดำพิเศษเหล่านี้ลงสู่แหล่งน้ำเพื่อให้ไปผสมพันธุ์กับปลาหมอคางดำปกติที่มีชุดโครโมโซม 2 ชุด (2n) การผสมพันธุ์นี้จะทำให้เกิดลูกปลาหมอคางดำที่มีชุดโครโมโซม 3 ชุด (3n) ซึ่งลูกปลาที่มีโครโมโซม 3 ชุดนี้จะกลายเป็นปลาหมอคางดำที่เป็นหมัน ไม่สามารถสืบพันธุ์ต่อได้

โดยมีแผนปล่อยพันธุ์ปลาหมอคางดำ 4n ลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ เพื่อควบคุมการแพร่ระบาด ทยอยปล่อยอย่างน้อย 250,000 ตัว ภายในระยะเวลา 15 เดือน (ก.ค. 2567 – ก.ย. 2568) คาดว่าสามารถเริ่มปล่อยพันธุ์ปลาได้อย่างช้าสุดในเดือน ธ.ค. 2567 อย่างน้อยจำนวน 50,000 ตัว

ทั้งนี้ ที่ประชุมได้รายงานการควบคุมและกำจัดปลาหมอคางดำจากแหล่งน้ำธรรมชาติทุกแห่งที่พบการแพร่ระบาด (ข้อมูล ณ วันที่ 30 มิ.ย. 2567) กำจัดปลาหมอคางดำได้ทั้งสิ้น 623,370 กิโลกรัม จำแนกเป็นปริมาณปลาหมอคางดำที่จับจากแหล่งน้ำธรรมชาติ 325,668 กิโลกรัม และปริมาณปลาหมอคางดำที่จับจากบ่อเพาะเลี้ยง 297,702 กิโลกรัม

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน