นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ ผอ.สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึง ดัชนีราคาผู้บริโภคของไทย (เงินเฟ้อ) เดือนก.ค. 2567 ว่า มีค่าเท่ากับ 108.71 เมื่อเทียบกับเดือนก.ค. 2566 สูงขึ้น 0.83% โดยมีการเคลื่อนไหวของราคาสินค้าและบริการดังนี้ 1.หมวดอาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ สูงขึ้น 1.27% จากการสูงขึ้นของราคาอาหารสำเร็จรูป ทั้งข้าวราดแกง อาหารเช้า อาหารตามสั่ง, ผักสด อาทิมะเขือเทศ ต้นหอม แตงกวา, ผลไม้สด เช่น เงาะ ทุเรียน มะม่วง และข้าว

และ 2.ส่วนหมวดอื่นๆ ที่ไม่ใช่อาหารและเครื่องดื่ม สูงขึ้น 0.50% จากการสูงขึ้นของราคาสินค้าสำคัญ โดยเฉพาะกลุ่มน้ำมัน มันเชื้อเพลิง อาทิ แก๊สโซฮอล์ น้ำมันดีเซล น้ำมันเบนซิน

อย่างไรก็ตาม ยังมีสินค้าสำคัญหลายรายการที่ราคาลดลง อาทิ ค่ากระแสไฟฟ้า แชมพู สบู่ถูตัว ผงซักฟอก ผลิตภัณฑ์ป้องกันและบำรุงผิว ครีมนวดผม เสื้อยืดบุรุษและสตรี และเสื้อเชิ้ตบุรุษและสตรี เป็นต้น

ส่วนอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานเดือนก.ค. 2567 เมื่อหักอาหารสดและพลังงานออก สูงขึ้น 0.52% เร่งตัวขึ้นจากเดือนมิ.ย. 2567 ที่สูงขึ้น 0.36% ขณะที่อัตราเงินเฟ้อ เฉลี่ย 7 เดือน (ม.ค.-ก.ค.) ปี 2567 เทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2566 สูงขึ้น 0.11%

“แนวโน้มอัตราเงินเฟ้อเดือนส.ค. 2567 คาดจะใกล้เคียงกับเดือนก.ค. เพราะค่าไฟปีนี้ต่ำกว่าปีก่อน รวมทั้งผัก และเนื้อหมู มีราคาลดลง ส่วนอัตราเงินเฟ้อไตรมาสที่ 3 คาดว่าจะขยายตัวใกล้เคียงไตรมาสที่ 2 ที่มีอัตราเพิ่มสูงขึ้น 0.78% สำหรับไตรมาสที่ 4 คาดว่า เงินเฟ้อมีแนวโน้มปรับสูงขึ้นอีกครั้ง เนื่องจากราคาน้ำมันดีเซลภายในประเทศในปัจจุบันกำหนดเพดานไม่เกิน 33 บาท/ลิตร ซึ่งสูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนซึ่งอยู่ที่ 30บาท/ลิตร ต่างกันถึง3บาท/ลิตร แต่กระทรวงพาณิชย์ยังคงคาดการณ์เป้าหมายเงินเฟ้อปีนี้ไว้ตามเดิมคือ 0.0-1.0% หรือมี ค่ากลางอยู่ที่ 0.5%”

นายพูนพงษ์ กล่าวว่า เมื่อเปรียบเทียบอัตราเงินเฟ้อของไทยกับต่างประเทศ ข้อมูลล่าสุดเดือนมิ.ย. 2567 พบว่า อัตราเงินเฟ้อของไทยสูงขึ้น 0.62% อยู่ในกลุ่มประเทศที่มีอัตราเงินเฟ้อต่ำ โดยอยู่ระดับต่ำอันดับ 5 จาก 135 เขตเศรษฐกิจที่ประกาศตัวเลข และต่ำเป็นอันดับ 2 ในอาเซียนจาก 9 ประเทศที่ประกาศตัวเลข

ส่วนผลกระทบต่ออัตราเงินเฟ้อจากมาตรการติจิทัลวอลเล็ตของรัฐบาลนั้นจากการวิเคราะห์พบว่ามาตรการดังกล่าวเป็นมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ต้องการเน้นการกระตุ้นกำลังซื้อให้ประชาชน ไม่ใช่การเพิ่มต้นทุนการผลิตสินค้า เชื่อว่าไม่น่าจะทำให้ราคาสินค้าปรับขึ้นราคาเงินเฟ้อก็ไม่น่าจะเพิ่มสูงขึ้น รวมทั้งกระทรวงพาณิชย์ก็มีการดูแลราคาสินค้าอยู่แล้ว ในทางกลับกันผู้ประกอบการอาจจะมีการแข่งขันกันทำโปรโมชั่นลดราคาสินค้ามากขึ้นหลังจากกำลังซื้อของประชาชนเพิ่มสูงขึ้น

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน