นางสายชล ทรัพย์มากอุดม หัวหน้าหน่วยธุรกิจประชาสัมพันธ์และงานธุรกิจสัมพันธ์ AIS เปิดเผยว่า AIS ในฐานะผู้ให้บริการดิจิทัลชั้นนำของไทยที่มุ่งส่งเสริมการใช้งานที่ถูกต้องปลอดภัยและเหมาะสมให้กับลูกค้าและคนไทย ภายใต้โครงการ AIS อุ่นใจ CYBER

ล่าสุด ได้จัดทำดัชนีชี้วัดสุขภาวะดิจิทัลของคนไทย หรือ Thailand Cyber Wellness Index เป็นปีที่ 2 สำหรับปีนี้ผลการศึกษาก็ยังสะท้อนให้เห็นว่า แม้คนไทยจะมีการพัฒนาความเข้าใจในการใช้งานบนโลกดิจิทัลที่เพิ่มขึ้นจนผลในภาพรวมอยู่ในระดับพื้นฐานแต่ยังมีจุดที่น่ากังวล เพราะคนไทยเกินครึ่งยังขาดความรู้ความเข้าใจในเรื่องความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ (Cyber Security and Safety) โดยเฉพาะในประเด็นที่มีความเสี่ยงต่อภัยที่อาจนำมาซึ่งความเสียหายต่อการใช้งานของตนเองและองค์กร อาทิ การไม่มีความรู้ความเข้าใจการถูกโจมตีด้วยแรนซัมแวร์, การใช้ Wi-Fi สาธารณะในการทำธุรกรรมทางการเงิน, การใช้ วันเดือนปีเกิด มาตั้งเป็นรหัสผ่าน ซึ่งง่ายต่อการคาดเดา แม้แต่การไม่ทราบว่าการเข้าเว็บไซต์ที่ปลอดภัยลิงก์ URL ควรจะเป็น HTTPS เป็นต้น

AIS จึงทำงานควบคู่กันทั้งการส่งเสริมทักษะความรู้ และพัฒนาเครื่องมือปกป้องการใช้ งานทำให้วันนี้ AIS ได้พัฒนาเครื่องมือ “Digital Health Check” เพื่อให้คนไทยสามารถวิเคราะห์และประเมินทักษะด้านดิจิทัลของตนเอง ได้ที่ https://digitalhealthcheck.ais.th โดยไม่มีค่าใช้จ่าย พร้อมทั้งแนะนำช่องทางการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล เพื่อเสริมสร้างทักษะและองค์ความรู้ในการป้องกันภัยไซเบอร์ให้แก่ลูกค้าและคนไทย

นอกจากนี้ ลูกค้า AIS ยังสามารถสมัครใช้งาน AIS Secure Net ได้ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย เป็นระยะเวลา 12 เดือน เพียงกด *689*6# รวมถึงการเพิ่มทางเลือกให้กับลูกค้าด้วย บริการ Secure Net+ Protected by MSIG ชูจุดเด่นปกป้องภัยคุกคามทางไซเบอร์ ไม่ว่าจะเป็นไวรัส มัลแวร์ เว็บไซต์ปลอมหลอกลวง พร้อมแถมประกันภัยเพอร์ซัลนัลไซเบอร์ จาก MSIG ที่มอบความคุ้มครอง อาทิ การโจรกรรมข้อมูลส่วนบุคคล และโจรกรรมเงิน หรือการถูกหลอกลวงในรูปแบบต่างๆ ทางออนไลน์ ด้วยวงเงินคุ้มครองสูงสุด 50,000 บาท เพื่อให้ลูกค้าสามารถใช้งานออนไลน์ในโลกไซเบอร์ได้อย่างมั่นใจ ในราคาสุดคุ้มเดือนละ 39 บาทเท่านั้น สมัครง่ายๆ เพียงกด *689*10# โทรออก

ทางด้านพล.ต.ต.ชัชปัณฑกาณฑ์ คล้ายคลึง ผู้บังคับการกองบังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 1 กล่าวว่า ปัจจุบันมีประชาชนแจ้งความสะสมตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค. 2565-31 ก.ค. 2567 หรือ 2 ปี 5 เดือน โดยเป็นคดีออนไลน์รวม 612,603 เรื่อง เฉลี่ยวันละ 694 เรื่อง รวมมูลค่าความเสียหายเกือบ 70,000 ล้านบาท เฉลี่ยความเสียหาย/วันกว่า 100 ล้านบาท
โดยเป็นการแจ้งความ ผ่าน www.ThaiPoliceOnline.go.th จำนวน 324,166 เรื่อง แจ้งความที่หน่วยงาน 134,185 เรื่อง และ สายด่วน AOC 1441 จำนวน 154,252 เรื่อง

สำหรับผลการอายัดบัญชีได้ 463,399 บัญชี คิดเป็นยอดเงิน 39.754,813,149 ล้านบาท อายัดเงินได้ทัน 7,428,020,982 ล้านบาท หรือ 10.74% อย่างไรก็ดี ต้องได้โอเปอเรเตอร์ หรือผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่อย่าง AIS เข้ามาช่วย เนื่องจากมีเครื่องมือด้านเทคโนโลยี ยิ่งไปกว่านั้นวิธีป้องกันการถูกหลอกลวงจากมิจฉาชีพที่ง่ายที่สุดคือ เมื่อมีมิจฉาชีพโทรมาหรือเบอร์โทรแปลกๆ ไม่มั่นใจให้วางสาย แล้วโทรกลับอย่างไรแล้วก็ไม่สามารถโทรติด

ทั้งนี้ หากจำแนกตามเพศหญิง 64% ชาย 36% ขณะที่จำแนกตามเกณฑ์อายุ 30-44 ปี มากที่สุด 41.45% รองลงมาเป็นอายุ 22-29 ปี คิดเป็น 25.27% และ 45-49 ปี คิดเป็น 19.67% ส่วนสถิติการถูกหลอกในโลกออนไลน์ 5 อับดับแรก เป็นเรื่องหลอกซื้อของไม่ได้ของ 44.08% หลอกให้ทำกิจกรรม 13.46% หลอกกู้เงิน 10.47% หลอกให้ลงทุน 7.50% ข่มขู่ทางโทรศัพท์ 6.95% และอื่นๆ 17.54%
ขณะที่สถิติการรับแจ้งคดีออนไลน์ค่าเฉลี่ย/เดือน ปี 2565 อยู่ที่ 13,591 เรื่อง มูลค่าความเสียหาย 1,500 ล้านบาท ปี 2566 เฉลี่ย 19,775 เรื่อง ความเสียหาย 2,100 ล้านบาท และปี 2567 เฉลี่ย 30,404 เรื่อง ความเสียหาย 3,500 ล้านบาท

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน