นายพสุ โลหารชุน อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม(กสอ.) กล่าวว่า กสอ.มีแผนผลักดันให้กลุ่มธุรกิจเครื่องสำอางไทยก้าวเข้าไปติด 1 ใน 10 ของเมืองแห่งเครื่องสำอางโลกภายในระยะเวลา 3-5 ปี จากปัจจุบันไทยติดอันดับที่ 17 ของโลก มีมูลค่าตลาดรวมกว่า 2.7 แสนล้านบาท โดยกำลังซื้อหลักคาดว่าจะมาจากตลาดต่างประเทศ นักท่องเที่ยวที่จะเดินทางเข้ามาในประเทศไทยที่เพิ่มขึ้น และผู้บริโภคชาวไทย
กสอ.จะเร่งผลักดันผู้ประกอบการให้มีขีดความสามารถเพื่อให้ไทยเป็นฐานการผลิตในภูมิภาค หรือเป็นปารีส แห่งเอเชียต่อไป และเพื่อให้แผนผลักดันเครื่องสำอางไทยประสบความสำเร็จ กสอ.ร่วมกับคลัสเตอร์อุตสาหกรรมเครื่องสำอางไทย นำร่องจัดกิจกรรม‘ไทยแลนด์ คอมเมติก คอนเทสท์ 2016’ เป็นครั้งแรก จัดกิจกรรมประกวดสุดยอดผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง เพื่อเฟ้นหางานต้นแบบผลิตภัณฑ์ภายใต้ตราสินค้าไทย เป็นตัวอย่างให้แก่ผู้ประกอบการทั่วไปได้

เป้าหมายสูงสุดเพื่อกระตุ้นให้อุตสาหกรรมเครื่องสำอาง นำความรู้ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาใช้ในการพัฒนาสินค้า สอดคล้องกับนโยบายประเทศไทย 4.0 เพื่อที่จะสามารถสร้างการแข่งขันกับประเทศชั้นนำของโลกที่อุตสาหกรรมเครื่องสำอางพัฒนารุดหน้าอย่างรวดเร็ว แบ่งเป็น 10 สาขา ผู้ที่มีความโดดเด่นและได้รับรางวัลในแต่ละสาขาจะได้รับการจดสิทธิบัตร พร้อมทั้งได้รับเงินทุนสนับสนุนเพื่อพัฒนาสู่การเป็นผู้ประกอบการต่อไปในอนาคต
ด้านนายสมประสงค์ พยัคฆพันธ์ ประธานคลัสเตอร์เครื่องสำอางไทย กล่าวว่า นอกเหนือจากการรวมกลุ่มและสร้างเครือข่ายสู่การเป็นคลัสเตอร์อุตสาหกรรมเครื่องสำอางไทยแล้ว ปัจจุบันยังมีการพัฒนาและรวมกลุ่มกับประเทศต่างๆ สู่การเป็นหนึ่งในสมาชิกคลัสเตอร์เครื่องสำอางโลก โดยถือเป็นคลัสเตอร์อุตสาหกรรมแรกของไทยที่ได้เข้าสู่ในระดับนานาชาติ นับว่าสัญญาณที่ดีที่จะช่วยให้อุตสาหกรรมเครื่องสำอางไทย เกิดการเชื่อมโยงและพัฒนาไปในทิศทางเดียวกันกับประเทศชั้นนำด้านอุตสาหกรรมดังกล่าวทั่วโลก อาทิ ฝรั่งเศส ญี่ปุ่น สวิตเซอร์แลนด์ อิตาลี เกาหลี