นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า สนค. ได้เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันการเงิน กว่า 40 หน่วยงาน ในประเด็นการพัฒนาและยกระดับการส่งออกของไทย ภายใต้แผนปฏิบัติการด้านการค้าแห่งชาติ พ.ศ. 2568-2570 เนื่องจากการส่งออกเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการส่งออกสินค้าที่มีสัดส่วนสูงถึง 55% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ซึ่งปัจจุบันการส่งออกไทยกำลังเผชิญความท้าทายและปัญหาเชิงโครงสร้างมากมาย และยังขยายตัวในอัตราที่ชะลอตัว จึงจำเป็นต้องระดมความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนเพื่อกำหนดแนวทางผลักดันการส่งออกร่วมกัน
โดยที่ประชุมมีมติเห็นชอบแนวทางการพัฒนาการส่งออกของไทย 4 ด้าน คือ
1.การยกระดับการส่งเสริมสินค้าส่งออกที่มุ่งเป้าไปยังสินค้าที่มีศักยภาพสอดรับกับกระแสโลกและความต้องการของตลาดในอนาคต โดยมุ่งเน้นส่งเสริมสินค้าตามแนวคิด BCG สินค้าสำหรับยุค Next Normal อาทิ สินค้าเกษตรแปรรูปและสินค้าเกษตรมูลค่าสูง สินค้าอุตสาหกรรมและบริการแห่งอนาคต เช่น ยานยนต์สมัยใหม่ เครื่องมือแพทย์ สินค้าไลฟ์สไตล์ สินค้าสำหรับกลุ่มผู้สูงอายุ เป็นต้น อีกทั้งให้ความสำคัญกับการกระจายสัดส่วนตลาดส่งออกไปยังตลาดที่มีศักยภาพการเติบโตสูง และการปรับการส่งเสริมการค้าในตลาดหลักให้เป็นการส่งเสริมแบบรายเมืองมณฑลรัฐ
2.การขยายความร่วมมือทางเศรษฐกิจ การค้า และการลงทุนระหว่างประเทศ ผ่านการจัดทำ FTA เพื่อรักษาผลประโยชน์ทางการค้า เสริมสร้างขีดความสามารถทางการแข่งขัน และแสวงหาพันธมิตรและคู่ค้าในตลาดใหม่ๆ ผ่านการใช้กรอบความร่วมมือกับต่างประเทศให้เกิดประโยชน์ ตลอดจนส่งเสริมให้ผู้ประกอบการใช้สิทธิประโยชน์ทางการค้าภายใต้ FTA
3. การสนับสนุนการใช้นวัตกรรม และยกระดับมาตรฐานสินค้า เพื่อยกระดับคุณภาพและมาตรฐานของสินค้า ควบคู่ไปกับการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการในการส่งเสริมการใช้นวัตกรรมในการผลิต รวมถึงส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากการเป็นเจ้าของทรัพย์สินทางปัญญาให้มากขึ้น
และ 4.การคุ้มครองผู้ประกอบการภายในประเทศ สร้างความเข้มแข็งและความเป็นธรรมทางการค้าให้ผู้ส่งออกไทยสามารถแข่งขันได้ในตลาดโลกผ่านการปรับปรุงกฎหมาย กฎระเบียบ และมาตรการทางการค้าให้เอื้อและอำนวยความสะดวกต่อการประกอบธุรกิจยุคใหม่ และสามารถรักษาผลประโยชน์ทางการค้า พร้อมทั้งสอดรับกับบริบททางการค้าระหว่างประเทศรวมถึงส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากการเป็นเจ้าของทรัพย์สินทางปัญญาให้มากขึ้น
อย่างไรก็ตาม คาดการณ์ว่าการส่งออกของไทยในปี 2567 จะเป็นไปตามเป้าหมายคือ ขยายตัว 1-2% เนื่องจากตลาดโลกยังมีความต้องการนำเข้าสินค้าเกษตร และอาหาร เพื่อความมั่นคงทางอาหาร