นายณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการใหญ่ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า เปิดเผยถึงแผนขับเคลื่อนอุตสาหกรรมแผงวงจรพิมพ์ หรือ PCB (Printed Circuit Board) ว่า การขับเคลื่อน และสนับสนุนอุตสาหกรรม PCB เป็นหนึ่งในแผนงานของดีป้าในปี 2568 ภายใต้งบประมาณ 20 ล้านบาทที่อยู่ในแผนการสนับสนุนฮาร์ดแวร์ และ IoT (Internet of things) เพื่อส่งเสริมผู้ประกอบการไทยที่จะช่วยยกระดับการผลิต PCB รองรับตลาดที่มีการเติบโต

พร้อมกันนี้ยังได้ส่งเสริมและผลักดันเข้าไปในบัญชีดิจิทัล เพื่อให้เอกชน และภาครัฐใช้ เป็นกระบวนการในการส่งเสริมอีโคซิสเต็มมากกว่าการส่งเสริมและพัฒนาเพียงอย่างเดียว ซึ่งการพัฒนาอย่างเดียวเป็นสิทธิที่ขอได้จากการวิจัยและพัฒนา (R&D) สิทธิพิเศษทางภาษี หรือ การทำงานของฝั่งวิจัยอยู่แล้ว ดีป้ากำลังพัฒนาให้ตลาดสามารถใช้สินค้าไทย และใช้ฐานสินค้านี้ของไทยโดยดีป้ารับรอง

“ในแผนงานปี 2567 ที่ผ่านมาได้เห็น PCB ที่ออกแบบโดยคนไทยก็ถูกนำไปใช้ในผลิตภัณฑ์ใหม่ เช่น โดรน และพยายามไปใช้ในอุปกรณ์ด้านเซ็นเซอร์ แต่ก็ต้องแข่งขันด้านราคาอีก คนก็ยังเคยชิน และยังไม่มีการกำหนดมาตรฐานพวกสินค้าฮาร์ดแวร์ที่มีซอฟต์แวร์เอ็มเบด (software embedded) โดยใช้ PCB ไทย ซึ่งดีป้าจะพยายามให้เกิดขึ้น ถือว่าในปีที่ผ่านมาเป็นการเริ่มต้นในหลายๆ ผลิตภัณฑ์ ที่ถือว่าสำเร็จคือทำให้คนไทยมีความสามารถในการออกแบบ PCB และใช้ประโยชน์กับสินค้าไทยที่คนไทยเป็นคนใช้ และภาครัฐเป็นคนใช้”

นายณัฐพล กล่าวว่า ปีที่ผ่านมาดีป้าได้เข้าไปสนับสนุนผู้ประกอบการ 5 รายในการนำ PCB ไปใช้ออกแบบเป็นโดรน เพราะตลาดมีความต้องการ และมี 500 ชุมชนที่นำโดรนที่ผลิตจาก PCB ไทยไปใช้ และหลังจากนี้ถ้ากระตุ้นมาตรฐานไปเยอะๆ ก็จะทำให้คนไทยเริ่มรับรู้ แต่ต้องอยู่ภายใต้ราคาที่แข่งขัน และพยายามส่งเสริมให้ออกแบบหลายๆ อุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับ PCB อาทิ สมาร์ตทรัค ที่ต้องใช้ หรือ รีโมทเซ็นเซอร์ ที่ต้องใช้ หรือ อุปกรณ์ออโตเมชั่น ที่ต้องใช้

อย่างไรก็ดี PCB เป็นหนึ่งในแผนงานของฮาร์ดแวร์ และ IoT ที่อยู่ในกลุ่มสินค้า เป็นอุปกรณ์ตัวหนึ่ง ซึ่งการช่วยพัฒนาและยกระดับมาตรฐาน IoT รวมทั้งสินค้าฮาร์ดแวร์ไทย ที่อยู่ภายใต้การออกแบบโดยคนไทย ทำโดยคนไทย เหมือนสตาร์ตอัพไทย แต่ก็ต้องแข่งขันกับโรงงานระดับโลกเช่นกัน ซึ่งไทยยังติดขัดหลายอย่าง ทั้งโรงงานที่จ้างผลิต โรงงานที่จะมารับช่วงต่อ จะส่งเสริมการออกแบบอย่างเดียวไม่ได้ ต้องส่งเสริมตลาด และส่งเสริมโรงงานผลิตที่ทำงานด้านนี้ด้วย

“ต้องยอมรับตอนนี้ไทยสู้ยาก ไต้หวันเป็นผู้นำอยู่แล้ว ถูกกว่า ดีกว่า เร็วกว่า เทคโนโลยีล้ำสมัยกว่า สิ่งต้องทำคือการจับมือ ร่วมมือกัน ทำอย่างไรให้เขาเข้ามาลงทุนในไทย จัดเก็บข้อมูลในไทยมากกว่าจะไปสู้ ถ้าสู้ไม่ได้เราก็ล้ม โดยขณะนี้ดีป้ากำลังคุย เชิญชวนทางไต้หวันอยู่ และเขามีความสนใจ เพื่ออนาคตของอุตสาหกรรมนี้ ซึ่งหากคนไทยทำได้ก็เชิญชวนการลงทุนจากนักลงทุนต่างชาติที่เป็นคนทำงานด้านนี้ และดูการใช้ของตลาดว่าต้องมาใช้สินค้าภายใต้ระบบไซเบอร์ซีเคียวริตี้ เพราะข้อมูลเป็นอุปกรณ์ตัวกลางที่ใช้ในการเชื่อมโยงข้อมูลหลายๆ เรื่อง และมีส่งข้อมูลระบบคลาวด์ ต้องมองภาพให้เห็นทั้งระบบทั้งหมด จึงจะทำให้อุตสาหกรรมเกิดขึ้น มีการพัฒนาในประเทศไทย ถ้านำเข้าอย่างเดียว เราจะเสียดุลไม่พอ แต่จะเสียข้อมูลด้วย”นายณัฐพลกล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน