เมื่อเวลา 8.00 น. วันที่ 11 ก.ย. ที่กระทรวงอุตสาหกรรม นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.อุตสาหกรรม ได้เดินทางเข้าปฏิบัติหน้าที่ที่กระทรวงอุตสาหกรรมเป็นวันแรก โดยได้เข้าสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวง ก่อนร่วมประชุมผู้บริหารกระทรวงอุตสาหกรรมอย่างเป็นทางการ
นายเอกนัฏ เปิดเผยว่า วันนี้ได้มีการเซ็นบันทึกเป็นคติเตือนใจในการทำงานในตำแหน่งรมว.อุตสาหกรรม ว่างานทุกอย่างจะทำเดี๋ยวนี้ ทำทันที ทำทุกวินาที และจะไม่ยอมจนกว่างานที่ตั้งใจไว้จะสำเร็จ
โดยหัวใจสำคัญท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของโลกวันนี้คือ การปฏิรูปอุตสาหกรรมไทยเพื่อเก็บเกี่ยวโอกาสที่เกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงของโลก ภายใต้ 3 พันธกิจสำคัญเร่งด่วน ได้แก่ 1.การกำจัดกากอุตสาหกรรมที่ส่งผลกระทบทำร้ายชีวิตพี่น้องประชาชนหลายพื้นที่ ซึ่งบ่ายวันนี้ (11 ก.ย.) เป็นการทำงานวันแรกจะลงพื้นที่ร่วมกับปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม และหัวหน้าหน่วยงาน และทีมงานที่เกี่ยวข้อง ติดตามรับฟังปัญหาการกำจัดกากขยะพิษที่บริษัท วิน โพรเสส จำกัด จ.ระยอง ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย
“เราต้องมีการแก้กฎหมาย แก้กติกา ในพ.ร.บ.โรงงาน ซึ่งกำลังปรับแก้อยู่ อยู่ในชั้นการทำประชาพิจารณ์ ต้องมีการเพิ่มโทษ ระบุอำนาจควบคุมให้ชัดเจน ไม่ให้กลุ่มนักธุรกิจสีเทามาหาประโยชน์จากความเดือดร้อนของประชาชนได้อีก แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นหลายเรื่องต้องได้รับการเยียวยาอย่างรวดเร็ว เพราะที่ผ่านมาอาศัยช่องโหว่ ยอมเสียค่าปรับ แต่ผลประโยชน์ธุรกิจเป็นพันล้าน เสียค่าปรับหลักแสนและนานๆ ปรับที ก็เป็นปัญหาสะสมหมักหมมมาเป็นเวลานานมาก เป็นสิบๆ ปี บอกได้เลยว่าสูงสุดในกระทรวงอาจจะเพิกเฉยต่อสิ่งเหล่านี้ หรืออาจจะทำแต่สัญญาณออกมาไม่ชัด ผมเลยถือโอกาสนี้ในงานชิ้นแรกไปลงพื้นที่เลย เพื่อส่งสัญญาณให้ชัดว่าสิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นกับประเทศไทยไม่ได้อีกแล้ว จะเอาเปรียบและทำร้ายประชาชนไม่ได้อีกแล้ว”
นอกจากนี้ 2.การปกป้องอุตสาหกรรมไทยจากความสุ่มเสี่ยงที่เกิดจากพฤติกรรมบิดเบือนกลไกตลาด การทุ่มตลาด เป็นภารกิจที่ต้องเร่งดำเนินการ โดยเฉพาะผู้ประกอบการรายเล็ก ต้องมีการแก้กติกาให้สามารถทำมาค้าขายได้สะดวก ระบบโปร่งใส ไม่ใช่ประกาศต่อสู้กับธุรกิจต่างชาติ แต่จะต่อสู้กับคนทำผิดกฎหมาย แต่เราจะสร้างความร่วมมือกับธุรกิจต่างชาติที่ทำดี
3.การสร้างอุตสาหกรรมแห่งอนาคต สร้างอุตสาหกรรมเป้าหมาย (นิว-เคิร์ฟ) ด้วยสินค้าเกษตรเทคโนโลยีสูง พลาสติกชีวภาพ โอลีโอเคมี น้ำมันเชื้อเพลิง อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (อีวี) ชิพเซมิคอนดักเตอร์ และอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ พัฒนาอุตสาหกรรมเศรษฐกิจให้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจยุคใหม่ เติมเต็มห่วงโซ่การผลิตในประเทศไทยให้สมบูรณ์แบบ เพื่อสร้างมูลค่าสร้างรายได้ทำให้อุตสาหกรรมไทยเป็นเครื่องยนต์กลไกที่ทำให้เศรษฐกิจไทยมีความเข้มแข็ง มีความยิ่งใหญ่
โดยกระทรวงอุตสาหกรรมต้องสร้างความร่วมมือกับพันธมิตร เพราะกระทรวงอุตสาหกรรมเพียงลำพัง อาวุธเราน้อย เราต้องเริ่มต้นที่จะติดอาวุธ ด้วยการสร้างความร่วมมือในกระทรวงก่อน สร้างภาพเป้าหมายการทำงานให้ชัดเจน มีระยะเวลากำหนดที่ชัดเจน ไม่ใช่พูดวันนี้ แล้วอีก 1 ปี มาพูดเรื่องเดิมอีกไม่เอา
“ผมจะเสนอให้มีการก่อตั้งกองทุนปฏิรูปอุตสาหกรรม โดยจะรวบรวมกองทุนที่มีอยู่แล้วแบบกระจัดกระจาย มีภารกิจหลากหลายทับซ้อนบ้าง แยกกันบ้าง ไม่มีการบรูณาการ ต้องรวบรวมมาเป็นภารกิจชัดเจนในกองทุนเดียวเป็นอาวุธสำคัญในการปฏิรูปอุตสาหกรรมไทย โดยจะต้องเร่งแก้กฎระเบียบกติกา กฎหมาย รื้อหลายเรื่อง เพื่อให้ภารกิจต่างๆ ทุกเรื่องให้สำเร็จ และหวังว่าการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจะไม่ใช่อยู่ในเฉพาะเวลาที่ผมดำรงตำแหน่ง ผมอยากสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ถูกจารึกไว้ ถือว่าเป็นประวัติศาสตร์การปฏิรูปอุตสาหกรรมไทย ทิ้งผลงานเอาไว้ให้ยั่งยืน นั่นคือ สิ่งที่ตั้งใจจะทำ”นายเอกนัฏ กล่าว