นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ โฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ยอดขายรถยนต์ทุกชนิดในขณะนี้อยู่ในภาวะซบเซาต่อเนื่อง โดยเฉพาะปัญหาจากหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ในกลุ่มสินเชื่อรถยนต์ที่สถาบันการเงินปล่อยให้ประชาชนมาก่อนหน้านี้ ทำให้ไตรมาส 2/2567 มียอดเอ็นพีแอลสินเชื่อรถยนต์รวม 254,484 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน 29% และเป็นการเพิ่มขึ้นจากไตรมาส 1 ของปีนี้ 6% ทำให้คาดการณ์ว่าในไตรมาส 3/2567 เอ็นพีแอลสินเชื่อรถยนต์จะทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้น

โดย ส.อ.ท. ยอมรับว่าการจำหน่ายรถยนต์ในประเทศ ขณะนี้ประสบปัญหาที่สถาบันการเงินเข้มงวดและไม่อนุมัติให้สินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์อย่างต่อเนื่อง ปัญหาหนี้ครัวเรือนที่เพิ่มขึ้น อีกทั้งล่าสุดประเทศไทยกำลังเผชิญกับปัญหาน้ำท่วมในหลายจังหวัดทั้งภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ ซึ่งปรากฏว่ากลายเป็นความรุนแรงและสถานการณ์ยืดเยื้อ จะทำให้ยอดการจำหน่ายรถยนต์ในพื้นที่น้ำท่วมลดลงต่อเนื่อง

“ขณะนี้กลุ่มยานยนต์กำลังประเมินตัวเลขดังกล่าว ซึ่งเบื้องต้นยังคงเป้าหมายการผลิตรถยนต์ปีนี้ไว้ที่ 1.7 ล้านคันตามเดิม เพราะหวังว่า ไตรมาส 4/2567 สถานการณ์การจำหน่ายรถยนต์จะเริ่มดีขึ้นจากรัฐบาลใหม่ที่หัวหน้าพรรคเพื่อไทยเป็นนายกรัฐมนตรี มีนโยบายหลายข้อที่จะทำให้เศรษฐกิจดีขึ้น เช่น การแจกเงินสด 10,000 บาท ซึ่งจำนวนเงินกว่า 100,000 ล้านบาท แก้ไขหนี้ทั้งในระบบและนอกระบบ เป็นต้น จะเป็นกลไกกระตุ้นการเติบโตทางเศรษกิจของประเทศได้ในระดับหนึ่ง”

นอกจากนี้ ยังมีงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2568 ที่ทันใช้ตั้งแต่เดือนต.ค.2567 และดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ปรับตัวขึ้น ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงถึง 0.50% และอาจจะลดอีกครั้งในปีนี้ เป็นสัญญาณที่ดี

“เมื่อเดือนส.ค. ที่ผ่านมาประเทศไทย มีจำนวนการผลิตรถยนต์รวม 119,680 คัน ลดลงจากเดือนส.ค. 2566 ประมาณ 20.56% เนื่องจากผลิตเพื่อขายในประเทศและผลิตเพื่อส่งออกลดลง 40.49% และ 6.62% ตามลำดับ จากการผลิตรถกระบะลดลง”

นายสุรพงษ์ กล่าวว่า สำหรับยอดผลิตรถยนต์ในช่วง 8 เดือนของปีนี้ (ม.ค.-ส.ค. 2567) อยู่ที่ 1,005,749 คัน ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 17.69% เป็นการผลิตเพื่อส่งออก 686,509 คัน ลดลง 2.74% เป็นการผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศ 319,240 คัน ลดลง 38.13% ในส่วนของยอดการผลิตรถยนต์เดือนส.ค. 2567 อยู่ที่ 119,680 คัน ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 20.56% จากการผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศอยู่ที่ 36,892 คัน ลดลง 40.49% และการผลิตเพื่อส่งออกอยู่ที่ 82,788 คัน ลดลง 6.62%

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน