เมื่อวันที่ 24 ก.ย. ที่ โรงแรมพาร์ค ไฮแอท กรุงเทพ นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยถึงสถานการณ์เงินบาทแข็งค่าว่า รู้สึกดีใจที่ภาคเอกชนทั้งสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ออกมาขานรับและเรียกร้องให้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) แก้ปัญหาเงินบาทแข็งค่าตามที่ตนได้แสดงความเห็นไปก่อนหน้านี้ เพราะเงินบาทแข็งจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจมาก ที่ผ่านมาตนได้เป็นกระบอกเสียงให้ประเทศชาติและประชาชน อะไรที่ไม่ถูกต้อง อะไรที่มีปัญหาหาก็ต้องออกมาสะท้อนเสียงกัน

ทั้งนี้ อยากให้แบงก์ชาติ รับฟัง ส่วนประเด็นความเป็นอิสระของแบงก์ชาตินั้น หากอิสระแล้วประเทศต้องเจริญ ไม่ใช่อิสระคือ การทำอะไรและสวนทางกับรัฐบาลอย่างนี้ถือว่าไม่ใช่ความอิสระ ถ้าหากรัฐบาลทำเศรษฐกิจโตร้อนแรงเกินไป แบงก์ชาติจะเข้ามาขวางรัฐบาลตนจะไม่ว่า แต่หากเศรษฐกิจมันแย่ขนาดนี้ทุกคนต้องช่วยกัน เห็นได้จากธนาคารแห่งชาติของจีน ออกมาตรการมาช่วยสสนับสนุน แม้ว่าเศรษฐกิจจะโตมากกว่าไทยอยู่ที่ 5% แบงก์ชาติของไทยทำอะไรอยู่ ขณะนี้เศรษฐกิจไทยโตแค่ 1% จะไม่ทำอะไรเลยเหรอ

นายพิชัย กล่าวว่า ค่าเงินมีผลกระทบเศรษฐกิจมาก ทั้งด้านการส่งออก ลงทุน และ ท่องเที่ยว เราหวังให้บริษัทต่างๆ ในโลก โดยเฉพาะญี่ปุ่น เข้ามาลงทุนในไทยในธุรกิจเซมิคอนดักเตอร์ เพราะเราเริ่มมีเงินลงทุน PCB เข้ามาไทยมาก แต่ค่าเงินบาทที่แข็งจะเป็นอุปสรรค ตนไม่เข้าใจว่ามีเหตุผลอะไรที่แบงก์ชาติต้องทำให้ค่าเงินบาทแข็ง ส่วนที่ตนถามว่าผู้ว่าแบงก์ชาติเรียนจบอะไรมานั้นตนแค่พูดเล่นๆ เพราะจริงๆ รู้อยู่แล้วว่าท่านจบจากมหาลัยเยล แต่ผมไม่เชื่อว่าเยลจะสอนให้ไม่ต้องเน้นจีดีพี
เนื่องจากก่อนหน้านี้ตนได้พบกับโปรเฟสเซอร์ซึ่งเป็นที่ปรึกษาของรัฐบาลจีนที่เรียนจบมาจากมหาวิทยาลัยเยลเหมือนกันยังเน้นเรื่องจีดีพี รัฐบาลอังกฤษเองก็เน้นจีดีพี แบงก์ชาติของไทยบอกไม่เน้นจีดีพี ขณะที่เศรษฐกิจไทยแย่มานานกว่า 10 ปี โต 1.9% ต่ำที่สุดในอาเซียน

“อยากให้ทุกฝ่ายหันหน้ามาคุยกัน ผมไม่ต้องการต่อว่ากัน จะเห็นว่าช่วง 4 ปีที่ผ่านมา ตั้งแต่ผู้ว่าแบงก์ชาติบริหารงานมาคนไม่ค่อยรู้จัก เพราะยังไม่สามารถทำให้เศรษฐกิจโตได้เลยสักเปอร์เซ็นต์เดียว เห็นได้จาก ปี 2563 เศรษฐกิจไทยโต -6.1% ปี ปี 2564 โตเพิ่ม เป็น 1.5% ปี 2565 โต 2.6% และปี 2566 โต 1.8% ยังกลับมาเติบโตไม่เท่าของเดิมเลย ผมไม่ได้ต่อว่า แต่หลักเศรษฐศาสตร์นั้นตัวเลขไม่โกหก ตัวเลขเป็นเครื่องพิสูจน์ ซึ่งที่ผ่านกระทรวงพาณิชย์ทำงานหนักมาก พยายามขายของให้ได้มากๆ เพื่อให้เศรษฐกิจฟื้น แต่ถ้าค่าเงินแข็งตัวเลขส่งออกจะมีปัญหาแน่ เพราะของไทยแพงเหมือนกับการเตะสกัดเรา ดังนั้นอยากให้แบงก์ชาติช่วยพิจารณาทำให้ค่าเงินบาทอ่อนลงมาอยู่ในอัตราที่เหมาะสมคือ 35-36 บาท/เหรียญสหรัฐ เพื่อให้ค้าขายได้ เศรษฐกิจประเทศจะได้เดินหน้าต่อไปได้ ผมไม่คิดว่าไม่มีประเทศไหนที่เจริญได้เพราะค่าเงินแข็ง ถ้าผู้ว่าแบงก์ชาติพบว่าประเทศไหนเจริญจากค่าเงินที่แข็งบอกผมหน่อย ผมจะได้เข้าไปศึกษาว่าเขาทำอย่างไร”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน