นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดเผยถึงภาวะการค้าระหว่างของไทยเดือน ส.ค. และ 8 เดือนแรก(ม.ค.-ส.ค.)ปี 2567ว่าเดือนส.ค. 2567 การส่งออก มีมูลค่า 26,182.3 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 7.0% เทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน การนำเข้า มีมูลค่า 25,917.4 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 8.9 % เกินดุลการค้า 264.9 ล้านเหรียญสหรัฐ
ส่วนภาพรวม 8 เดือนแรกของปี 2567 นี้การส่งออก มีมูลค่า 197,192.8 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 4.2% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน การนำเข้า มีมูลค่า 203,543.8 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 5% ขาด ดุลการค้า รวม 6,351.0 ล้านเหรียญสหรัฐ

นายพูนพงษ์กล่าวว่า การส่งออกส.ค. ขยายตัวสูงถึง7% เป็นผลมาจาก มูลค่าการส่งออกสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร ขยายตัว 17.4 1% โดยเฉพาะสินค้า ผลไม้สด แช่เย็น แช่แข็ง และแห้ง ขยายตัว 1.0% กลับมาขยายตัวในรอบ 3 เดือน, ข้าว ขยายตัว 46.6% ยางพารา ขยายตัว 64.8% ขณะที่มูลค่าการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรม ขยายตัว 5.2% เดือน โดยเฉพาะ รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ขยายตัว 0.4% กลับมาขยายตัวหลังจากหดตัวในเดือนก่อนหน้า เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์ และส่วนประกอบ ขยายตัว 74.7% ผลิตภัณฑ์ยาง ขยายตัว 14.9%

สำหรับตลาดส่งออกพบว่า ตลาดส่งออกสำคัญส่วนใหญ่ขยายตัวดีต่อเนื่อง ทั้งในตลาดหลัก อาทิ สหรัฐ จีน อาเซียน (5) กลุ่ม CLMV และสหภาพยุโรป รวมถึงตลาดรอง อาทิ เอเชียใต้ และตะวันออกกลาง สอดคล้องกับการทยอยฟื้นตัวของเศรษฐกิจการค้าโลก หลังแรงกดดันจากอัตราเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ยทยอยลดลง โดย1. ตลาดหลัก ขยายตัว 5.7% โดยขยายตัวต่อเนื่องในตลาดสหรัฐฯ 3.0% จีน 6.7% สหภาพยุโรป 26.4% อาเซียน 4.5% และ CLMV 13.7% 2.ตลาดรอง ขยายตัว 7.9% โดยเอเชียใต้ขยายตัว 22.8% ตะวันออกกลาง 34.6% แอฟริกา 20.3% และสหราชอาณาจักร 2.6% และ 3.ตลาดอื่นๆ ขยายตัว 106.8%

“ปัจจัยที่ทำให้ส่งออกส.ค. ยังขยายตัวดีพราะการส่งออก สินค้าเกษตรและอาหารยังขยายตัวสูงถึง 17.1% ขณะที่ผู้บริโภคในประเทศคู่ค้าหลัก อย่าง สหรัฐ และอาเซียน เริ่มมีการจับจ่ายมากขึ้น และยังมีมุมมองว่าเศรษฐกิจในช่วงครึ่งปีหลังจะดี ขณะท่าระวางเรือมีแนวโน้มปรับลดลงต่อเนื่องตั้งแต่กลางเดือนส.ค.ที่ผ่านมา แต่ก็ยังมี 2 ปัจจัยที่กดดันการส่งออกคือปริมาณผลผลิตทางการเกษตรที่ลดลงจากปัญหาอุทกภัย และเงินบาทที่แข็งค่าอาจจะกระทบการส่งออกสินค้าเกษตร คาดว่าจะเริ่มส่งผลกระทบชัดเจนในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปีนี้ แต่ยังไม่กระทบเป้าส่งออกปีนี้ โดยยังมั่นใจว่าปีนี้จะผลักดันให้ส่งออกเป็นไปตามเป้าหมายได้ คือขยายตัว 1-2% ทำให้ส่งออกทั้งปีนี้มีมูลค่า 290,700 ล้านเหรียญสหรัฐ ถือว่าสูงสุดในประวัติศาสตร์”

นายชัยชาญ เจริญสุข ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) กล่าวว่า เงินบาทแข็งเป็นปัจจัยที่ผู้ส่งออกต้องเฝ้าระวังสูงสุด เพราะจะส่งผลทำให้สภาพคล่องและรายได้ของผู้ส่งออกโดยเฉพาะเอสเอ็มอีลดลง โดยเฉพาะการส่งออกสินค้าเกษตรคาดว่าจะเห็นผลกระทบชัดเจน ตั้งแต่เดือนก.ย. นี้เป็นต้นไป

ส่วนการส่งออกสินค้าในรอบถัดซึ่งต้องส่งมอบในเดือนพ.ย.-ธ.ค. นั้น คาดว่าผู้ส่งออกอาจจะเริ่มชะลอรับออร์เดอร์เพื่อลดความเสี่ยงจากบาทผันผวน ซึ่งคาดว่าจะเริ่มส่งผลกระทบต่อการส่งออกชัดเจนในช่วงปลายปีตั้งแต่เดือนพ.ย. นี้ และอาจลากยาวไปจนถึงไตรมาส 1 ปีหน้า

อย่างไรก็ตาม สรท. ขอให้รัฐบาลเลื่อนการพิจารณาปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำออกไปก่อน เพื่อแบ่งเบาภาระให้กับผู้ผลิตและผู้ส่งออกที่กำลังประสบปัญหาจากเงินบาทที่แข็งค่าอย่างต่อเนื่อง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน