นายยุทธชัย เตยะราชกุล กรรมการผู้จัดการ บุคคลธนกิจ ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย เปิดเผยถึงรายงานผลการศึกษาความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในอาเซียน หรือ ASEAN Consumer Sentiment Study (ACSS) ประจำปี 2024 ว่า ผู้บริโภคไทยมากกว่า 2 ใน 5 หรือ 42% ใช้จ่ายกับสิ่งของจำเป็นมากขึ้น ซึ่งจากการสำรวจกลุ่มผู้บริโภค เป็นผลมาจากความเชื่อมั่นในเศรษฐกิจลดลงถึง 15% เมื่อเทียบกับปีก่อน ถือว่าลดลงมากที่สุดในอาเซียน โดยทั้งอาเซียนความเชื่อมั่นในเศรษฐกิจของผู้บริโภคลดลง ซึ่งความเชื่อมั่นเฉลี่ยอยู่ที่ 54% แต่ไทยอยู่ที่ 36% เมื่อเทียบกับปีก่อน
“ความเชื่อมั่นเศรษฐกิจของคนไทยลดลง มาจากอัตราเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นส่งผลให้ผู้บริโภคระมัดระวังเป็นความกังวลหลักของผู้บริโภคไทย โดยผู้ตอบแบบสอบถาม 64% ค่าใช้จ่ายในครัวเรือนเพิ่มขึ้น 60% และ 58% ระบุว่าการออมที่ลดลงเป็นปัจจัยที่เป็นข้อกังวลรองลงมา รวมทั้งกังวลในภาระหนี้สิน 53%”
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าสภาพเศรษฐกิจจะมีความไม่แน่นอน แต่ผู้บริโภไทยกลับให้ความสำคัญกับการจับจ่ายเพื่อซื้อประสบการณ์มากกว่าสินค้าฟุ่มเฟือย โดยผู้บริโภคไทยมากกว่า 40% ใช้จ่ายมากขึ้นกับการซื้อประสบการณ์ในปีที่ผ่านมา เช่น การเดินทาง รับประทานร้านอาหารรสเลิศ คอนเสิร์ต อีเวนต์ และงานเทศกาล เป็นต้น โดยเฉพาะในผู้บริโภคกลุ่มเจนซี Z 56% และเจนวาย 45%
“ผลการศึกษาในปีนี้ตอกย้ำถึงความจำเป็นในการเตรียมความพร้อมด้านการเงินของผู้บริโภคไทยเพื่อให้มีสุขภาพทางการเงินที่ดี ท่ามกลางแรงกดดันทางเศรษฐกิจ รวมถึงอัตราเงินเฟ้อ ค่าใช้จ่ายในครัวเรือนที่สูงขึ้น และการออมที่ลดลง”
สำหรับการศึกษาในครั้งนี้จัดทำขึ้นร่วมกับบริษัท บอสตัน คอนซัลติ้ง กรุ๊ป (Boston Consulting Group) หรือ BCG โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อนำเสนอข้อมูลเชิงลึก ซึ่งจะช่วยให้ผู้บริโภคและภาคธุรกิจในประเทศไทย รวมถึงประเทศอื่นๆ ในอาเซียน เช่น สิงคโปร์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย และเวียดนาม สามารถปรับตัวและรับมือกับความท้าทายทางเศรษฐกิจในปัจจุบันได้
ด้านนายปุณณมาส วิจิตรกุลวงศา ผู้จัดการ วีซ่า ประเทศไทย กล่าวว่า ในภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวเช่นนี้ จากข้อมูลของวีซ่า ประเทศไทย พบว่า ผู้บริโภคไทยระมัดระวังใช้จ่าย โดยสินค้าฟุ่มเฟือยใช้จ่ายลดลง 9% สินค้าความสวยงาม เติบโตเล็กน้อย 2% โทรศัพท์มือถือลดลง 5% และจิวเวลรี่ ลดลง 5%