หอการค้า คาดจีดีพีปี’68 โตพุ่ง 3% อานิสงส์ 3 มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรัฐ ช่วยอัดเงินเข้าระบบ 1.6 แสนล้าน ห่วงทรัมป์ขึ้นภาษี-สงครามรุงแรงกดจีดีพีโตไม่ถึง 1%
นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยเปิดเผยถึงประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2568 ว่า คาดว่าจีดีพีไทยจะขยายตัว 3% สูงกว่าปีนี้ซึ่งคาดว่าจะอยู่ที่ 2.6% เนื่องจากภาวะการค้าโลกมีแนวโน้มเติบโตสูงถึง 3.2% ขณะที่มีปัจจัยบวกในประเทศจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล 3 เรื่องได้แก่ 1.การแจกเงิน 1 หมื่นบาทเฟส 2 แก่ผู้สูงอายุ 2.มาตรการแก้ปัญหานี้เสียทั้งหนี้ครัวเรือนและการพักชำระดอกเบี้ย และ 3.ช่วยเหลือชาวนาไร่ละ 1 พันบาทครอบคลุม 4.6 ล้านครัวเรือน
“มาตรการแจกเงินเฟส 2 จะทำให้มีเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ 3.5 หมื่นล้านบาท มาตรการแก้หนี้พักดอกเบี้ย 3 ปี จะทำให้มีเม็ดเงินเข้ามาเติมในระบบอีก 9.1 หมื่นล้านบาท ส่วนการแจกเงินชาวนาก็จะมีเงินอัดฉีดเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจอีก 3.8 หมื่นล้านบาท หากรวม 3 มาตรการ จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้มากถึง 1.6 แสนล้านบาท และจะผลักให้จีดีพีไทยโตเพิ่มขึ้นราว 1%”
นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยหนุนจากการภาคการท่องเที่ยวที่ฟื้นตัวคาดว่าปี 2568 จะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติถึง 40 ล้านคน ขณะที่การบริโภคภาคเอกชนก็ขยายตัว 3% ส่วนการส่งออกยังเติบโตต่อเนื่องที่ 2.5% ขณะที่เงินเฟ้ออยู่ในอัตราที่ 1.2% ซึ่งมีเสถียรภาพ รวมทั้งยังมีข่าวดี กรณีที่อิสราเอล-ฮิซบอลเลาะห์ บรรลุข้อตกลงหยุดยิงอาจทำให้ภาพรวมเศรษฐกิจดีขึ้น ราคาน้ำมันดิบอาจจะไม่ผันผวนคาดว่าจะทรงตัวอยู่ที่ 80 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล
นายธนวรรธน์กล่าวว่า เศรษฐกิจไทยยังมีปัจจัยเสี่ยงนี้ต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด คือ ภาระหนี้ครัวเรือนและภาคธุรกิจที่ยังอยู่ในระดับสูง ในอัตรา 84.2% ของจีดีพี ความเสี่ยงจากความผัวผวนในภาคการเกษตร การชะลอตัวของภาวะเศรษฐกิจจีน ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ รวมไปถึงการส่งออกและการลงทุนที่อาจจะชะลอจากมาตรการขึ้นภาษีนำเข้าของนายโดนัลด์ ทรัมป์
“หากนำปัจจัยบวกคือมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและปัจจัยลบการขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าของสหรัฐ และภาวะสงคราม มาวิเคราะห์แนวโน้มการเติบโตเศรษฐกิจไทยในปี หน้าโดยแบ่งออกเป็น 3 กรณี พบว่ากรณีที่แย่ที่สุดหากไทยถูกสหรัฐขึ้นภาษี 15% และ สงครามรุนแรงเป็นระดับโลก จีดีพีไทย ปีหน้าอาจโตต่ำแค่ 0.9% ต่ำกว่าคาดการณ์ ที่ 3% กรณีที่ดีกว่า หากไทยถูกขึ้นภาษีนำเข้า 10% จีดีพีไทยจะโตเพิ่มขึ้นเป็น 3.2% และกรณีที่ 3 ดีที่สุดเวียดนามซึ่งเป็นคู่แข่งถูกสหรัฐขึ้นภาษี 20% และสงครามยูเครนยุติ จีดีพีไทยอาจโตเกินเป้าขยายตัวได้สูงถึง 4 %”