ไม่ใช่การผลัดมือในทันที หากเป็นการส่งไม้ของเครือเกษมกิจ เจ้าของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์หมื่นล้าน ที่วันนี้ได้เห็นรุ่นลูกเข้ามามีบทบาทต่อการบริหารธุรกิจของครอบครัวมากขึ้น

ก่อนหน้านี้ทายาทคนโต แวว-ธีรวัลคุ์ เตชะอุบล นำร่องเข้ามาช่วยพ่อ ธีระพงศ์ ปังศรีวงศ์ ในฐานะผู้จัดการฝ่ายพัฒนาโครงการกลุ่มโรงแรมในเครือ เคป แอนด์ แคนทารี โฮเทลส์

ล่าสุด ไผ่-พงศ์วรุตม์ ปังศรีวงศ์ ตามรอยพี่สาวเข้ามาสานต่อธุรกิจการโรงแรมแบบเต็มตัว

เพราะจบปริญญาตรีด้านรัฐศาสตร์ ประวัติศาสตร์และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ จาก Princeton University สหรัฐอเมริกา ทำให้เจ้าตัวยอมรับว่าไม่รู้ถึงเนื้องานที่เกี่ยวข้องกับโรงงานยาและเวชภัณฑ์ ธุรกิจดั้งเดิมของต้นตระกูล จึงเป็นเหตุผลที่เขาเลือกมาดูงานด้านการโรงแรม

รายงานพิเศษ - วิชั่น‘พงศ์วรุตม์ ปังศรีวงศ์’ เป้าหมาย‘บูทีคไฮเอนด์’

แต่การโดดเข้ามาเต็มตัวในปี 2019 ซึ่งเป็นช่วงโควิด-19 แพร่ระบาด และส่งผลกระทบโดยตรงต่อธุรกิจการท่องเที่ยว ทำให้เจ้าตัวไม่ได้มีโอกาสดูเรื่องงานบริหารแบบจริงๆ จังๆ

หากแต่ในวิกฤตนั้นเขาได้เรียนรู้ประสบการณ์อีกด้าน

“ผมเข้ามาเต็มตัวตั้งแต่ปี 2019 เข้ามาก็เจอโควิดพอดี ทุกคนอาจบอกว่าเป็นช่วงโรงแรมปิด ไม่ได้เปิดให้บริการ เป็นช่วงฮอลิเดย์ของบริษัท

ผมไม่ได้ดูเรื่องบริหารงาน แต่ไปช่วยเรื่องการลดค่าใช้จ่าย ในสถานการณ์โควิดบริษัทต้องพยายามลดค่าใช้จ่ายหลายๆ ทาง อะไรขายได้ก็ขายออกไปก่อน รวมถึงต้องเจรจากับหน่วยงานรัฐทั้งเรื่องของการประกันสังคม เรื่องภาษี ยอมรับว่าเป็นช่วงที่เหนื่อยเหมือนกัน” พงศ์วรุตม์กล่าว

จากนั้นเขาแจกแจงถึงความรับผิดชอบต่อการทำหน้าที่ผู้บริหารในเครือเคป แอนด์ แคนทารีฯ ซึ่งรับผิดชอบดูแลทุกพร็อพเพอร์ตี้ในเครือที่เป็นส่วนกลาง F&B (Food and Beverage Service) Operation งานจัดซื้อ รวมถึงด้านการเงินและพัฒนาระบบบัญชีของบริษัทในเครือทั้งหมด

เขาเผยด้วยว่า การเข้ามาทำหน้าที่บริหารทำให้ทัศนคติในการทำงานเปลี่ยนไปจากเมื่อก่อนที่เคยเป็นพนักงาน

หลังเรียนจบจากสหรัฐ พงศ์วรุตม์เริ่มงานในฐานะนักวิเคราะห์กลยุทธ์ที่บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) ที่เขามองว่าการเป็นพนักงานปกติทั่วไปต้องลงรายละเอียดในเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ดูแลเรื่องเอกสารต่างๆ และทุกอย่างต้องรายงานเจ้านายตามลำดับชั้น

รายงานพิเศษ - วิชั่น‘พงศ์วรุตม์ ปังศรีวงศ์’ เป้าหมาย‘บูทีคไฮเอนด์’

เคปกูดู

แต่เมื่อมาอยู่ในบทบาทของผู้บริหารนั้นก็ต่างออกไป เมื่อมีสถานะทางหน้าที่การงานที่เติบโตขึ้นก็จะเข้าใจว่ามี 2 อย่างที่สำคัญที่สุด

“ข้อแรก ต้องมีวิสัยทัศน์ มีไอเดีย จะออกมารูปแบบไหนก็ได้ บางทีบางครั้งคนอื่นอาจมองว่าเพี้ยน แต่ต้องมีไอเดีย ข้อสอง ต้องใช้คนเป็น พออยู่ในตำแหน่งผู้บริหารต้องเลือกคนเป็น ซึ่งแตกต่างจากการเป็นพนักงานบริษัทที่ใช้สกิลอย่างอื่น” พงศ์วรุตม์ระบุ

อย่างไรก็ตามหลังผ่านช่วงวิกฤตโควิดมาถึงวันนี้ ผู้บริหารเครือเคป แอนด์ แคนทารีฯ เผยว่า ณ วันนี้จำนวนนักท่องเที่ยวที่มาใช้บริการของโรงแรมเด้งขึ้นมากกว่าปี 2019 และเมื่อเทียบภาพรวมรายได้ของโรงแรมทั้งเครือโตขึ้นกว่าปี 2019 กว่าร้อยละ 10

เฉพาะที่เคปพันวาและแคนทารีอัตราการเข้าพักในเดือน ก.ย.และ ต.ค.ที่ผ่านมา ประมาณ 70-80 เปอร์เซ็นต์ ปลายปีเข้าช่วงไฮซีซั่นประเมินว่าน่าจะ 90-100 เปอร์เซ็นต์

แต่ที่น่าสนใจคือเดือน เม.ย., พ.ค., มิ.ย. และก.ค. ที่ควรจะเป็นช่วงโลว์ซีซั่น ก็ยังมีนักท่องเที่ยวมาพักแตะที่ 70-80 เปอร์เซ็นต์

รายงานพิเศษ - วิชั่น‘พงศ์วรุตม์ ปังศรีวงศ์’ เป้าหมาย‘บูทีคไฮเอนด์’

แคนทารี เบย์ ระยอง

ด้วยตัวเลขดังกล่าว เขามองแนวโน้มธุรกิจบริการและการท่องเที่ยวของไทยจะเติบโต ที่สำคัญประเทศไทยมีหลายสิ่งหลายอย่างดึงดูดนักท่องเที่ยว ขณะที่ประเทศอื่นยังมีปัญหาการเมือง และเรื่องอื่นๆ มากมาย จึงเชื่อว่าคนจากทั่วโลกจะมาเที่ยวในประเทศไทยมากขึ้น

พงศ์วรุตม์ยังประเมินสถานการณ์และมองเห็นลู่ทางการบริหารโรงแรมในอนาคตที่ต่างออกไปจากเดิม

“หากพูดถึงวิชั่น ผมอยากขยายธุรกิจโรงแรมของเราไปในตลาดอีกแบบหนึ่ง ผมรู้สึกว่ารายได้ที่ดีมาจากลักชัวรี่โปรดักต์ที่เป็นโรงแรมเล็กๆ เป็นบูทีค สามารถสร้างรายได้ที่ดี นี่คือมุมมองของผมที่จะมุ่งไปข้างหน้าและมองว่าน่าสนใจที่สุด”

เขาให้เหตุผลว่าโรงแรมลักชัวรี่ขนาดเล็กที่มีความบูทีค ไม่เพียงทำราคาห้องพักได้ การบริหารก็ง่าย การรักษาคุณภาพก็ง่ายกว่าโรงแรมใหญ่ ดังนั้น แนวทางการบริหารของเขาในอนาคตจึงโฟกัสที่โรงแรมไฮเอนด์ขนาดเล็ก เพราะมองว่าเวิร์กกว่า โดยอาจขยายบูทีคที่เป็นไฮเอนด์

“ในมุมมองผมตลาดลักชัวรี่เติบโตและทำรายได้ เรามีจุดแข็งสู้กับเชนลักชัวรี่ได้ ตลาดต่างชาติต้องการประสบการณ์ใหม่ๆ ที่โลคอล ไม่ใช่เชนน่าเบื่อ เช็กอินแล้วห้องพักที่กรุงเทพฯ ภูเก็ต นิวยอร์ก เหมือนกันหมด” ทายาทเครือเกษมกิจกล่าวสำทับ

รายงานพิเศษ - วิชั่น‘พงศ์วรุตม์ ปังศรีวงศ์’ เป้าหมาย‘บูทีคไฮเอนด์’

เขายังมองว่า โรงแรมในเครือเคปฯ มีความแตกต่าง มีความเป็นโลคอล มีความน่ารัก นี่คือจุดขายและเป็นจุดแข็ง มีความบูทีคที่ไม่เหมือนเชน ซึ่งเป็นเสน่ห์ของแบรนด์เคป ที่ปัจจุบันมีโรงแรม 2 แห่งได้รับรางวัลลักชัวรี่ระดับโลก

“เขาเลือกเราเพราะเรามีความแตกต่างที่ไม่ใช่บิ๊กเนม และมีโลเกชั่นที่ดีมาก ที่พักหัวหินก็หัวหินจริงๆ ไม่ใช่ชะอำ เคปพันวาที่ภูเก็ตก็มีหาดส่วนตัว ซึ่งพูดได้ว่าที่ภูเก็ตไม่มีหาดส่วนตัวที่ใหญ่กว่านี้แล้ว” พงศ์วรุตม์กล่าว

และว่า ส่วนตัวอยากให้เครือมีลักชัวรี่เพิ่มขึ้นเพราะบริหารง่ายกว่า โดยในระยะยาวคาดหวังอยากให้มีสัดส่วนรายได้มากกว่าร้อยละ 50 ของรายได้รวมทั้งหมด เพราะลักชัวรี่สร้างรายได้จากหลายส่วน โดยกำลังดูอยู่อาจเป็นที่เขาใหญ่

ขณะเดียวกันการบริหารบิซิเนสโฮเทล แบรนด์ “แคนทารี” และ “คามิโอ” ก็ยังต้องทำอย่างต่อเนื่อง

บิซิเนสโฮเทลเป็นธุรกิจที่ยั่งยืน มาเรื่อยๆ แต่มีความแน่นอน ยอดเข้าพักไม่ว่าจะเป็นช่วงโลว์ซีซั่น ไฮซีซั่น มีความคงตัวแน่นอน ขณะที่ค่าใช้จ่ายไม่มาก

ทั้งแคนทารีและคามิโอเป็นบิซิเนสโฮเทลที่เจาะตลาดต่างชาติระดับผู้บริหาร หัวหน้างาน ที่เข้ามาทำงานในเมืองไทย เช่น คนญี่ปุ่น คนจีนซึ่งปัจจุบันมีมากขึ้น รวมถึงคนอินเดีย

รายงานพิเศษ - วิชั่น‘พงศ์วรุตม์ ปังศรีวงศ์’ เป้าหมาย‘บูทีคไฮเอนด์’

หาดส่วนตัวที่เคปพันวา

สำหรับแผนการลงทุนในอนาคต ทายาทหมื่นล้านเครือเกษมกิจเผยว่า มีแผนการลงทุนระดับบิ๊กโปรเจ็กต์ซึ่งคุยกันมานาน เป็นการลงทุนที่พัทยา จ.ชลบุรี บนพื้นที่ 15 ไร่ ติดกับศูนย์การค้าเซ็นทรัล เฟสติวัล อยู่ในโลเกชั่นที่สวยมากเช่นกัน โดยอยู่ระหว่างการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม หรือ EIA

ตามแผนจะมีโรงแรมเคป 1 แห่ง เป็นบูทีคโฮเทลอยู่ด้านหน้า และแคนทารีตั้งอยู่ด้านหลัง โดยจับมือกับพันธมิตรทำบีชคลับ รวมทั้งมีศูนย์การค้า ซึ่งอยู่ระหว่างรอเซ็นสัญญาอย่างเป็นทางการ

โครงการนี้เป็นโปรเจ็กต์ใหญ่ต้องใช้เงินมหาศาล 4,000-5,000 ล้านบาท จึงต้องใช้เวลา และต้องดูให้ละเอียดว่าจะแบ่งพื้นที่ให้โรงแรมเท่าไร บีชคลับเท่าไร อาคารเท่าไร สระว่ายน้ำเท่าไร

แต่ระหว่างนี้จะมีโปรเจ็กต์เล็กๆ น้อยๆ เช่น ในปี 2568 มีแผนขยายห้องพักเพิ่ม รวมถึงที่เกาะสีชังจะสร้างอีกโรงแรมขนาด 30 ห้อง

พงศ์วรุตม์ปิดท้ายถึงหลักการดำเนินธุรกิจของโรงแรมในเครือเคป แอนด์ แคนทารีฯ ยังคงยึดหลักลงทุนเอง เป็นเจ้าของโรงแรมเอง และบริหารเอง ซึ่งสามารถฟูลคอนโทรล มีอำนาจดูแลกิจการทุกอย่าง ระบบนี้การขยายตัวโครงการต่างๆ อาจทำได้ช้า แต่ก็มั่นคง

ขณะเดียวกัน เราถนัดเรื่องไหนก็ทำเรื่องนั้น บริษัทจึงโฟกัสที่โรงแรมซึ่งเป็นคอร์บิซิเนสของเรา

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน