กรมชลประทาน ชงบอร์ด กนช. ของบ 9.5 หมื่นล้านบาท ขุดเจ้าพระยาฝั่งตะวันออกแก้น้ำท่วมกทม.

ดังนั้นในการขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) อาจจะดำเนินการก่อสร้างโครงการจัดเตรียมน้ำต้นทุนรองรับการพัฒนาอีอีซีโดยการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน (พีพีพี) ซึ่งทั้งหมดจะหารือในรายละเอียดต่อไป

นายฐนันดร์ สุทธิพิศาล รองอธิบดีฝ่ายก่อสร้าง กรมชลประทาน กล่าวว่า ขณะนี้หลายโครงการของชลประทานหลายโครงการ ที่ถูกยกเลิกสัญญา เพราะผู้รับเหมาทิ้งงาน ส่งผลกระทบต่อการบริหารจัดการน้ำ ดังนั้นกรมชลประทานโดยกระทรวงเกษตรฯต้องเร่งหาวิธีดำเนินดครงการเพื่อให้สามารถมีเครื่องมือในการบริหารจัดการน้ำ ให้มีประสิทธภาพ เช่นเดียวกับการเติมน้ำให้กับ อีอีซี จำเป็นต้องดำเนินการต่อ โดยอาจให้เอกชนมาร่วมลงทุน ระบบส่งน้ำ

แต่รายละเอียดเงื่อนไขต้องหารือกันว่าจะดำเนินการอย่างไร เพื่อให้ประชาชน ประเทศชาติได้ประโยชน์มากที่สุด โครงการในอีอีซี หากต้องร่วมลงทุนแบบพีพีพี ไม่ใช่การลงทุนใหม่แต่เป็นการลงทุนเพียงระบบท่อ ต้นทุนน้ำจะได้จากเขื่อนเดิม ที่กรมชลประทานมีอยู่แล้ว

ทั้งนี้เพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมภัยแล้งในปี 2568 กรมชลประทานเตรียมเสนอ 5 โครงการ เข้าที่ประชุมคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) ในวันที่ 6 ม.ค.2568โดยโครงการที่จะเสนอกนช. พิจารณาก่อนนำเสนอ คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาอีกครั้ง อาทิ โครงการเร่งด่วนที่คาดว่าหากเร่งดำเนินการ จะสามารถแก้ปัญหาน้ำท่วมกรุงเทพฯ คือ โครงการปรับปรุงระบบชลประทานเจ้าพระยาฝั่งตะวันออกตอนล่าง วงเงิน 95,000 ล้านบาท ระยะเวลาดําเนินการ 6 ปี (ปี2569 – 2574) เป็นโครงการระบายน้ำเลี่ยงกรุงเทพฯ

ส่วน 4 โครงการเป็นการขอขยายระยะเวลาการดําเนินงานของโครงการสําคัญด้านทรัพยากรน้ำ ได้แก่ 1. โครงการประตูระบายน้ําศรีสองรักอันเนื่องมาจากพระราชดําริ จังหวัดเลยจากเดิม 6 ปี (ปีงบประมาณ 2561 – 2566) เป็น 10 ปี (ปีงบประมาณ 2561 – 2570)ภายใต้กรอบวงเงินโครงการที่ได้รับอนุมัติไว้เดิม 5,000 ล้านบาท 2. โครงการบรรเทาอุทกภัยเมืองนครศรีธรรมราชอันเนื่องมาจากพระราชดําริ จังหวัดนครศรีธรรมราช จากเดิม 6 ปี (ปีงบประมาณ 2561- 2566) เป็น 10 ปี (ปีงบประมาณ 2561 – 2570)ภายใต้กรอบวงเงินโครงการที่ได้รับอนุมัติไว้เดิม 9,580 ล้านบาท

3. โครงการประตูระบายน้ำบ้านก่อ พร้อมระบบส่งน้ำ จังหวัดสกลนคร จากเดิม 5 ปี (ปีงบประมาณ 2562 – 2566) เป็น 9 ปี (ปีงบประมาณ 2562 – 2570)ภายใต้กรอบวงเงินโครงการที่ได้รับอนุมัติไว้เดิม 1,249 ล้านบาท 4. โครงการประตูระบายน้ำลำน้ำพุงจากเดิม 5 ปี (ปีงบประมาณ 2562 – 2566) เป็น 9 ปี (ปีงบประมาณ 2562 – 2570ภายใต้กรอบวงเงินโครงการที่ได้รับอนุมัติไว้เดิม 2,100 ล้านบาท

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน