จากนโยบายการสร้างหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าให้กับคนไทย ในโครงการ “30 บาท รักษาทุกโรค” นำร่องใน 6 จังหวัด เพื่อดูแลประชาชนที่ยังไม่มีหลักประกันสุขภาพใดๆ ก่อนขยายพื้นที่ดำเนินการจนครอบคลุมทั้งประเทศ ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2545 เป็นต้นมา

ด้วยเสียงตอบรับของพี่น้องประชาชน นำมาสู่ “พระราชบัญญัติหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2545” พร้อมจัดตั้ง “สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ” หรือ สปสช. เพื่อทำหน้าที่ตัวแทนในการคุ้มครองดูแลให้ประชาชนได้รับบริการอย่างเท่าเทียม มีคุณภาพ และมีประสิทธิภาพ

ตลอดระยะเวลาของ “30 บาท รักษาทุกโรค” ที่เรียกกันสั้นๆ “บัตรทอง” ได้เพิ่มสิทธิประโยชน์ต่างๆ เป็นลำดับ ไม่ว่าจะเป็นการคลอดบุตร อุดและถอนฟัน โดยเฉพาะมีการทำซีแอลยา เพื่อความจำเป็นในการรักษาชีวิต และการช่วยเหลือผู้ป่วยโรคไตสามารถล้างไตผ่านหน้าท้อง ขยายสิทธิรักษาพยาบาลเจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤตรักษาฟรี (UCEP) 72 ชม. และโครงการมะเร็งรักษาทุกที่ ฯลฯ ช่วยให้ผู้ป่วยฐานะยากไร้รอดชีวิตเสมือนตายแล้วเกิดใหม่

กระทั่งเมื่อต้นปี 2567 “บัตรทอง 30 บาทรักษาทุกโรค” มีการพัฒนารูปแบบการให้บริการแนวใหม่ บัตรประชาชนใบเดียวรักษาทุกที่ นำร่องใน 4 จังหวัด ร้อยเอ็ด เพชรบุรี แพร่ และนราธิวาส โดยเปิดโอกาสให้ประชาชน เข้ารับบริการได้ที่โรงพยาบาลทุกระดับในจังหวัดนั้นๆ

วันเปิดตัวนำร่องที่โรงพยาบาลร้อยเอ็ด น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการพัฒนาระบบสุขภาพแห่งชาติ ประกาศว่า 30 บาทรักษาทุกที่ จะสร้างระบบสาธารณสุขของไทยให้ดียิ่งขึ้น มีบริการที่ดี ทั่วถึง รวดเร็ว และทันสมัยมากยิ่งขึ้น

“30 บาทรักษาทุกที่ ด้วยบัตรประชาชนใบเดียว” ระยะที่ 2 เปิดตัวใน 8 จังหวัดเมื่อเดือนมีนาคม ก่อนขยายสู่ระยะที่ 3 เป็น 6 เขตสุขภาพ ซึ่งเมื่อรวมกับ 2 ระยะแรกจะครอบคลุมถึง 45 จังหวัด

ล่าสุดเมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2567 น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.สาธารณสุข ได้มอบของขวัญกล่องใหญ่ให้คนไทย ด้วยการเปิดงาน “Kick off 30 บาท รักษาทุกที่ เพื่อคนไทย สุขภาพดีถ้วนหน้า ระยะที่ 4 ครอบคลุมทั่วประเทศ 1 มกราคม 2568” ร่วมด้วย นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรีฯ นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี ประธานกรรมการบริหารการพัฒนาระบบบริการสุขภาพแห่งชาติ นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัด สธ. นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ น.ส.วรรณา แก้วชาติ เครือข่ายภาคประชาชน และ นายธนพลธ์ ดอกแก้ว นายกสมาคมเพื่อนโรคไตแห่งประเทศไทย ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล

น.ส.แพทองธาร ชินวัตร กล่าวว่า รัฐบาลใช้เวลา 1 ปีในการเปิด “30 บาทรักษาทุกที่ ด้วยบัตรประชาชนใบเดียว” ครบทุกระยะ ใช้เวลาประมาณ 2 ทศวรรษพัฒนาจาก 30 บาท รักษาทุกโรคมาสู่ 30 บาทรักษาทุกที่ โดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัลมาเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพ 100% ของประชาชนที่มีบัตร Health ID ประจำตัว ทำให้ได้รับบริการรักษาพยาบาลที่สะดวกรวดเร็วขึ้น จากการต่อคิวเป็นเวลานานก็สามารถจองผ่านแอปพลิเคชันได้ มีการพบแพทย์ผ่านออนไลน์ หากเจ็บป่วยเล็กน้อยก็ไม่ต้องเสียเวลาเดินทางไปโรงพยาบาล พร้อมส่งยาทางไปรษณีย์และไรเดอร์ส่งยา

“มีการทำสาธารณสุขในเชิงรุกมากขึ้น เช่น เจาะเลือดที่บ้านสำหรับผู้ป่วยติดเตียง ให้ยืมเครื่องล้างไตอัตโนมัติสำหรับผู้ป่วยไตวายเรื้อรังระยะสุดท้าย ให้ประชาชนตรวจคัดกรองโรคด้วยตัวเองด้วยชุดตรวจมะเร็งปากมดลูก การติดเชื้อเอชไอวี พยาธิใบไม้ตับ มะเร็งท่อน้ำดี และไมโครอัลบูมีนในปัสสาวะ ป้องกันโรคไตเสื่อมที่เกิดจากเบาหวาน มีการปฎิรูประบบสาธารณสุขด้วยการเปิดร้านยาและคลินิกเอกชนเข้ามาร่วมเป็นหน่วยบริการปฐมภูมิ ช่วยลดความแออัดในโรงพยาบาล แบ่งเบาภาระแพทย์และพยาบาล”

น.ส.แพทองธาร กล่าวอีกว่า ในปี 2568 รัฐบาลมีแนวทางพัฒนาระบบของสาธารณสุขด้วยการพัฒนาระบบบริการสุขภาพผู้สูงอายุ การดูแลผู้ป่วยติดเตียง การจัดตั้งสถานชีวาภิบาลให้ครอบคลุมทั่วประเทศ เพื่อดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย โดยจะสร้าง Care Giver นักบริบาลผู้สูงอายุ 15,000 ตำแหน่งทั่วประเทศ เน้นไปที่ 2 กลุ่มหลัก ได้แก่ นิสิตนักศึกษาจบใหม่ที่กำลังหางาน และกลุ่มเพิ่งเกษียณที่ต้องการทำงานหารายได้ จะทำให้เกิดการจ้างงานเพิ่มขึ้น

ด้านนายสมศักดิ์ เทพสุทิน กล่าวว่า ด้วยความมุ่งมั่นของรัฐบาล เพื่อดูแลคนไทยให้เข้าถึงบริการสาธารณสุขที่จำเป็นภายใต้ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ อย่างมีคุณภาพมาตรฐาน สะดวกรวดเร็วใกล้บ้าน นำมาสู่ “30 บาทรักษาทุกที่” ครอบคลุมทั่วประเทศ ที่ได้รับการตอบรับอย่างดี ประชาชนมีความพึงพอใจ เนื่องจากทำให้มีทางเลือกในการรับบริการสุขภาพมากขึ้น

“สปสช. ได้ร่วมกับ 7 สภาวิชาชีพทางการแพทย์ เพิ่มหน่วบบริการนวัตกรรมอีก 7 ประเภท ขึ้นทะเบียนในระบบแล้วประมาณ 13,000 แห่ง มีประชาชนรับบริการแล้วกว่า 6.5 ล้านคน หรือประมาณ 15 ล้านครั้ง นอกจากนี้ยังมี 14 บริการนวัตกรรมทางเลือกใหม่ เช่น ระบบการแพทย์ทางไกล หาหมอผ่านแอป รถทันตกรรมเคลือนที่ คลินิกเวชกรรมเชิงรุก ฯลฯ

ในการประกาศขับเคลื่อนระยะที่ 4 ในวันนี้ ทำให้ 30 บาทรักษาทุกที่ ครอบคลุมทุกจังหวัดทั่วประเทศ ตามนโยบายรัฐบาลที่ประกาศไว้แล้ว”

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วน สปสช. 1330, ไลน์ไอดี @nhso และเฟซบุ๊ก สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน