นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า เป็นประธานการประชุมหารือร่วมกับสมาคมโรงงานสกัดน้ำมันปาล์ม เพื่อติดตามสถานการณ์ด้านการผลิตและการตลาดปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์ม ซึ่งในช่วงเดือนธ.ค. ที่ผ่านมา ปริมาณผลผลิตปาล์มน้ำมันปรับตัวลดลงตามฤดูกาล อีกทั้งพื้นที่เพาะปลูกในหลายพื้นที่ประสบปัญหาน้ำท่วมทำให้เกษตรกรไม่สามารถเก็บเกี่ยวผลปาล์มได้ ส่งผลให้ปริมาณผลผลิตออกสู่ตลาดน้อยกว่าที่สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรคาดการณ์ไว้ อีกทั้งปริมาณสต๊อกน้ำมันปาล์มดิบปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง

โดย ณ วันที่ 7 ม.ค. 2568 ราคาผลปาล์มน้ำมัน อยู่ที่ 7.40-8.50 บาท/ก.ก. ราคาน้ำมันปาล์มดิบ อยู่ที่ 44.50-45.00 บาท/ก.ก. แต่อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ราคาน้ำมันปาล์มดิบในตลาดโลกยังมีความผันผวน โดยมีปัจจัยสำคัญ อาทิ ราคาน้ำมันปาล์มดิบของมาเลเซียเริ่มปรับตัวลดลง และการชะลอการปรับเพิ่มสัดส่วนการผลิตไบโอดีเซลในน้ำมันดีเซลจาก B35 เป็น B40 ของอินโดนีเซีย

นายวิทยากร กล่าวว่า ขณะนี้ โรงงานสกัดฯ เปิดรับซื้อผลปาล์มน้ำมันตามปกติ ภายหลังการหยุดซ่อมบำรุงเครื่องจักรประจำปีและหยุดในช่วงเทศกาลปีใหม่ ซึ่งที่ประชุม คาดว่า สถานการณ์ปริมาณสต็อกน้ำมันปาล์มดิบในประเทศจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติในระยะต่อไป เนื่องจากปริมาณผลปาล์มน้ำมันมีแนวโน้มออกสู่ตลาดเพิ่มขึ้นในช่วงปลายเดือนม.ค. นี้เป็นต้นไป โดยผลผลิตจะออกมากในช่วงเดือนมี.ค.

ทั้งนี้ สมาคมฯ จึงขอให้ภาครัฐกำกับดูแลราคาผลผลิตของพี่น้องเกษตรกรอย่างใกล้ชิด เนื่องจากกระทรวงพลังงานปรับลดสัดส่วนการผลิตไบโอดีเซลในน้ำมันดีเซลจาก B7 เป็น B5 ตั้งแต่ช่วงปลายปีที่ผ่านมา ส่งผลให้ความต้องการใช้น้ำมันปาล์มดิบในภาคพลังงานปรับลดลง

นอกจากนี้ ที่ผ่านมา กระทรวงพาณิชย์ ได้ขอความร่วมมือผู้ประกอบการตรึงราคาจำหน่ายน้ำมันปาล์มขวดขนาด 1 ลิตร ไม่ให้เกินขวดละ 50 บาท เพื่อช่วยเหลือผู้บริโภค ซึ่งจากการหารือคาดว่า หากสถานการณ์ผลผลิตออกสู่ตลาดเพิ่มมากขึ้น จะช่วยให้ต้นทุนการผลิตน้ำมันปาล์มขวดปรับลดลง และสามารถจำหน่ายได้ในราคาที่สอดคล้องกับต้นทุนการผลิต

ทั้งนี้ กรมการค้าภายในจะติดตามสถานการณ์ด้านการผลิตและการตลาดของปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์มอย่างใกล้ชิด เพื่อให้มีการซื้อขายที่เป็นธรรมกับทุกฝ่าย และขอความร่วมมือผู้ประกอบการทุกภาคส่วนกำหนดราคาซื้อขายให้สอดคล้องกับกลไกตลาด ซึ่งหากพบผู้ประกอบการรายใดดำเนินการโดยจงใจทำให้ราคาต่ำเกินสมควรหรือสูงเกินสมควร หรือทำให้ปั่นป่วนซึ่งราคาของสินค้าหรือบริการใด ซึ่งมีความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542 มีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน