นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานหอการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า การค้าชายแดนและผ่านแดนของไทยถือว่ามีความสำคัญต่อเศรษฐกิจไทยโดยในช่วง 11 เดือนปี 2567 (ม.ค.-พ.ย.) ไทยมีมูลค่าการส่งออกชายแดนและผ่านแดนสูงถึง 957,945 ล้านบาท/ปี ขยายตัวเพิ่มขึ้น 6.5% หอการค้าไทย จึงมอบหมายให้มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย จัดทำดัชนีความเชื่อมั่นการค้าชายแดนและค้าผ่านแดนของไทย (Foreign Border Trade Sentiment Index หรือ FBI) เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการสำรวจปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอของภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งใช้ในการกำหนดกลยุทธ์ และแผนงานในการส่งเสริมการค้าชายแดนให้บรรลุเป้าหมาย 2 ล้านล้านบาท ภายในปี 2570 ตามแผนยุทธศาสตร์ของกระทรวงพาณิชย์
นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า เดือนม.ค. 2568 ถือเป็นครั้งแรกที่หอการค้าไทยมีการจัดทำและแถลงดัชนีความเชื่อมั่นการค้าชายแดนฯ โดยได้มีการสำรวจความคิดเห็นจากสมาคมการการค้าชายแดนและหอการค้าไทย
โดยแบ่งการจัดทำดัชนีออกเป็น 3 คือระยะสั้น คือ ประจำเดือน, ระยะกลาง คืออีก 6 เดือนข้างหน้า และยาว คือ 12 เดือน แบ่งการอ่านค่าดัชนีออกเป็น 3 ส่วน คือ มากกว่า 50 ถือว่าสถานการณ์การค้าชายแดนมีแนวโน้มขยายตัว, เท่ากับ 50 มีแนวโน้มทรงตัว และต่ำกว่า 50 มีแนวโน้มแย่ลง
สำหรับผลการสำรวจดัชนีฯ ปี 2568 พบว่า ดัชนีฯ ระยะสั้นมีค่าเท่ากับ 49.5 โดยภาคการเกษตรมีดัชนีต่ำสุดที่ 48.7 ภาคอุตสาหกรรมการเกษตร 49.5 และภาคอุตสาหกรรม 50.1, ดัชนีระยะกลาง เท่ากับ 52.8 โดยภาคเกษตรต่ำสุด 51.1 ภาคอุตสาหกรรม 52.3 และภาคอุตสาหกรรมเกษตร 53.4 และดัชนีระยาว เท่ากับ 63.6 โดยภาคเกษตรต่ำสุด 58.4 ภาคอุตสาหกรรมเกษตร 64.7 และภาคอุตสาหกรรม 66.3
ประเทศที่ค่าดัชนีฯ เกินกว่า 50 จุด ซึ่งถือว่ามีแนวโน้มการค้าชายแดนที่เติบโตดี ได้แก่ มาเลเซีย สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และจีนตอนใต้ ขณะที่เมียนมา กัมพูชา สิงคโปร์ มีแนวโน้มการค้าชายแดนที่ชะลอตัว เนื่องจากมีค่าต่ำกว่า 50
“จากค่าดัชนีจะเห็นว่าในระยะสั้นผู้ประกอบการยังไม่เชื่อมั่นว่าการค้าชายแดนจะขยายตัวดี เพราะค่ายังต่ำกว่า 50 แต่ในระยะกลางและยาว หรืออีก 6 เดือนหรือ 1 ปีข้างหน้า คาดว่าการค้าชายแดนจะดีขึ้นเป็นลำดับ เพราะค่าดัชนีฯ เริ่มเกิน 50 และดัชนีฯ ระยะยาวค่าขึ้นไปแตะที่ 63.6 เนื่องจากเศรษฐกิจเพื่อนบ้านยังโตต่อเนื่อง สินค้าไทยมีคุณภาพเป็นที่ต้องการ รวมทั้งไทยมีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานอำนวยความสะดวกส่งออกนำเข้ามากขึ้น ขณะที่รัฐบาลผลักดันความร่วมมือร่วมกับเพื่อนบ้านผ่านคณะกรรมการส่งเสริมการค้าชายแดนมากขึ้น ปีนี้โดยการค้าชายแดนกับมาเลเซีย ลาว และจีนตอนใต้จะมีความโดดเด่นมากที่สุด”
นายธนวรรธน์ กล่าวถึงแนวโน้มการค้าชายแดนและผ่านแดนของไทยในปี 2568 ว่า คาดว่ามูลค่าการส่งออกชายแดนและผ่านแดน จะมีมูลค่าระหว่าง 1,050,943-1,065,900 ล้านบาท ขยายตัว 5.4-6.9% โดยมีค่ากลางอยู่ที่ 6.2% ขณะที่มูลค่าการนำเข้าชายแดนและผ่านแดน อยู่ระหว่าง 830,678-865,302 ล้านบาท ขยายตัว 8.8-10.3% โดยมีค่ากลางอยูที่ 9.6% โดยไทยมีอัตราการเติบโตของมูลค่าการส่งออกชายแดนและผ่านแดนรายประเทศดังนี้ มาเลเซีย 6.3% สปป.ลาว 4.35% เมียนมา 6.85% กัมพูชา 7.68% จีน 7.03% สิงคโปร์ 5.37% และเวียดนาม 3.05%
อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการขอให้รัฐบาลเร่งเข้ามาส่งเสริมการค้าชายแดนให้มากขึ้น เช่น เร่งยกระดับด่านห้วยต้นนุ่นให้เป็นจุดผ่านแดนถาวร ยกระดับจุดผ่อนห้วยผึ้ง อ.เมือง และแม่สาบแลบ อ.สบเมย ไปสู่จุดผ่อนปรนพิเศษ, ส่งเสริมกิจกรรมจับคู่เจรจาธุรกิจ (Business Matching Business Matching) และช่วยเหลือผู้ประกอบการในการเข้าถึงแหล่งเงินทุน ดอกเบี้ยต่ำ เป็นต้น