นายนกุล เซห์กัล หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านการเงิน (ร่วม) บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ปี 2568 คาดว่าจะมีรายได้จากการให้บริการเติบโต 2-3% เมื่อเทียบกับปีก่อน และมีกำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) จะเติบโต 8-10% เมื่อเทียบกับปีก่อน ในขณะที่งบการลงทุนจะอยู่ที่ 2.8-3 หมื่นล้านบาท ซึ่งรวมเงินที่จะใช้ในการประมูลคลื่นความถี่โทรคมนาคมในไตรมาสที่ 2 ของปีนี้ไว้แล้ว
“การประมูลคลื่นความถี่ ได้เตรียมเงินไว้แล้ว และมองในราคาที่เหมาะสม ซึ่งเราสนใจคลื่นความถี่ย่าน 2300 MHz เพื่อรองรับ 5G และไม่สนใจคลื่นย่าน 850 MHz โดยยังเชื่อมั่นว่าการประมูลจะไปตามกำหนดไว้คือไตรมาส 2 ปีนี้”
สำหรับปี 2567 เป็นปีที่สำคัญของทรูด้วยการพลิกกลับมามีกำไรภายหลังการปรับปรุงตั้งแต่ไตรมาสแรกอย่างเกินความคาดหมาย ซึ่งการขับเคลื่อนต่อเนื่องนับตั้งแต่การควบรวมกิจการกับดีแทค ทำให้ EBITDA เติบโตติดต่อกัน 8 ไตรมาส พร้อมกำไรที่ปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกไตรมาส สำหรับในปี 2567 มีกำไรภายหลังการปรับปรุง 9.9 พันล้านบาท โดยมาจากไตรมาส 4 ของปี จำนวน 3.6 พันล้านบาท”
ส่วนจำนวนผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ในไตรมาส 4 ของปี 2567 กลับมาเติบโตเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน โดยเพิ่มขึ้น 116,000 เลขหมาย หรือ 0.2% จากไตรมาสที่ผ่านมา มีจำนวน 49.4 ล้านเลขหมาย ซึ่งเป็นตัวเลขภายหลังจากการลดลงของผู้ใช้บริการ 133,000 เลขหมายจากความร่วมมือกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการฉ้อโกง